ทอมัสเอดิสันทำไมถึงได้หักหลัง นิโคล่า เทสลา

สำหรับเรื่องราวของ นิโคล่า เทสลา ที่เขาต้องการเข้ารวมทำงานกับ ทอมัสเอดิสัน ก็เพราะว่าเขานั้นอยากต้องการที่จะทำตามความฝันของตัวเองและ  นิโคล่า เทสลา เขาก็ได้ทำงานในสิ่งที่เขาชอบแต่ทุกท่านเชื่อหรือไม่ว่า ทอมัสเอดิสัน เขาได้ทำการหักหลัง  นิโคล่า เทสลา หลังจากที่เขาได้เข้ามาทำงานได้ไม่นานนี้เองคือตรงนี้เราได้ไปหาข้อมูลมาและได้สรุปออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยตรงนี้เขาได้บอกเอาไว้ว่า ทอมัสเอดิสัน เขาต้องการให้ นิโคล่า เทสลา ทำการปรับปรุงพัฒนาไดนาโมกระแสไฟฟ้าตรงให้มันมีประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นให้มันได้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้นถ้า  นิโคล่า เทสลา สามารถทำได้เขาก็จะมอบเงินจำนวน5หมื่นดอลลาร์ไปเต็มแยกกับเงินเดือนไปเลย

ซึ่งถ้าเกิดว่าเปรียบเทียบกับเงินดอลลาร์ในปัจจุบันก็จะตีประมาณ1.7ล้านบาท แต่1.7ล้านตรงนี้ถ้าเราได้ย้อนกับไปเมื่อประมาณเกือบ200ปีก่อนมันเป็นเงินหลักร้อยล้านในยุคปัจจุบันเลย ซึ่งถือได้เลยว่ามันเป็นเงินจำนวนที่เยอะมากๆและเมื่อ  นิโคล่า เทสลา เขาได้ยินแบบนั้นเขาก็ได้ตอบตกลงแบบไม่รอช้าเขาได้ใช้ระยะเวลาสั้นๆ

เพียงแค่ไม่นานเขาก็สามารถที่จะแก้ไฟฟ้ากระแสตรงของ ทอมัสเอดิสันได้แต่ว่า ทอมัสเอดิสันเขาไม่ยอมจ่ายเงินที่เขาได้สัญญาณเอาไว้และเขายังได้บอกกับ  นิโคล่า เทสลา อีกด้วยว่า  นิโคล่า เทสลานายไม่เข้าใจความอารมณ์ของของชาวอเมริกันชินะ ซึ่งคำพูดตรงนี้มันได้ทำให้  นิโคล่า เทสลา ไม่พอใจ ทอมัสเอดิสัน อย่างรุนแรง

จึงได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัททอมัสเอดิสันตั้งแต่ตอนนั้นเลยและในเวลาตอมาในช่วงเวลาประมาณ ค.ศ.1886 ชื่อเสียงของ   นิโคล่า เทสลา เกี่ยวกับผลงานวิจัยกระแสไฟฟ้าสลับก็เริ่มมีชื่อเสียงไปเรื่อยๆจนเข้าไปถึงหูRobert LaneและBenjamin Vale ซึ่งทั้งสองคนนี้ก็คือผู้เชียวชาญการจัดตั้งบริษัทที่หาผลประโยชน์จากการสร้างสิ่งประดิษฐ์และการจดสิทธิใบเขาสองคนนี้ก็ได้เข้ามาสนับสนุนเรื่องของเงินทุนและเรื่องของสิทธิใบให้กับ  นิโคล่า เทสลา

ปรากฎว่าในเวลาต่อมาไม่นาน  นิโคล่า เทสลา ก็สามารถที่จะคิดค้นและได้พัฒนามอเตอร์ให้มันสามารถทำงานร่วมกับกระแสไฟฟ้าสลับได้จนสำเร็จและยังได้มีประสิทธิภาพที่ดีอีกด้วย ซึ่งตรงนี้ได้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนหันมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องของไฟฟ้ากระแสสลับมากกว่าไฟฟ้ากระแสตรงจนทำให้บริษัทเวสติงเฮาส์ต้องสละเงินถึง1ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

เพื่อเพื่อซื้อสิทธิใบในการคุ้มครองผลงานของ  นิโคล่า เทสลา และเขายังได้จ้าง นิโคล่า เทสลาให้มาเป็นที่ปรึกษาอีกด้วย ซึ่งตรงนี้เองเลยทำให้ ทอมัสเอดิสัน ไม่พอใจอย่างรุนแรงเขาเลยมีการทำลายชื่อเสียงของ นิโคล่า เทสลา ด้วยการปล่อยข่าวเสียๆหายๆเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าสลับและไล่จี้ให้นักการเมืองในยุคนั้นที่เขาได้รู้จักเผยแพร่และได้ปล่อยข่าวออกไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next88

ตำนานพระขวาง ที่วัดพระขวางจังหวัดชุมพร

           สถานที่แต่ละที่นั้นย่อมมีที่มาที่ไปและมีเรื่องเล่าประจำเป็นของตนเองว่าเหตุใดนั้นสถานที่แห่งนี้จึงถูกมีการเรียกหรือถูกขนานนามเซ็นชื่ออย่างในปัจจุบันอย่างไรก็ตามเรามักจะได้ฟังตำนานจากคนแก่ในสมัยโบราณที่เล่าให้ลูกหลานฟังเรื่อยมาว่าสถานที่แต่ละแห่งนั้นมีตำนานเป็นมาอย่างไรบ้างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกาะต่างๆซึ่งมักจะมีตำนานเล่าขานบอกถึงที่มาจนกระทั่งกลายมาเป็นเกาะอย่างในปัจจุบันซึ่งวันนี้เราก็จะมาพูดถึงตำนานของพระพุทธรูปองค์หนึ่งชื่อว่าพระขวาง

ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยในปัจจุบันนั้นพระพุทธรูปพระขวางนี้ถูกนำมาประดิษฐานไว้อยู่ที่วัดพระขวางซึ่งปัจจุบันนี้วัดพระขวางนั้นตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดชุมพรโดยอยู่ตรงบริเวณตำบลขุนกระทิงในเขตอำเภอเมืองอย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีพระพุทธรูปพระขวางมาประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้แต่เดิมนั้นวัดแห่งไม่ได้มีพระพุทธรูปองค์นี้

อยู่ว่ากันว่าพระพุทธรูปพระขวางนั้นมีการลอยมาตามน้ำซึ่งมีความเชื่อกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยมาจากประเทศพม่าและรอยตามน้ำมาเรื่อยๆจนมาติดอยู่ที่บริเวณหน้าวัดร้างแห่งหนึ่งเมื่อชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ว่ามีพระพุทธรูปมาติดขวางอยู่บริเวณหน้าวัดร้างต่างก็พากันนำพระพุทธรูปนั้นขึ้นมาอยู่บนฝั่ง

แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะทำแบบไหนก็ไม่สามารถเอาพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นมาจากฝั่งได้ตกตอนกลางคืนมีชาวบ้านได้ฝันว่าพระพุทธรูปได้มาบอกชาวบ้านว่าหากอยากจะให้ตนเองไปอยู่บนปากนั้นให้ชาวบ้านช่วยกันเตรียมสถานที่ให้เรียบร้อยหลังจากนั้นก็ให้เอาสายสิญจน์ทั้งหมด 7 เส้นแล้วมาพันที่องค์พระพุทธรูปเสร็จแล้วก็จะสามารถนำพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำได้เมื่อชาวบ้านตื่นขึ้นมาจึงได้มีการไปพูดคุยปรึกษากันและทำตามที่ในความฝันนั้นจนในที่สุดก็สามารถนำพระพุทธรูปขึ้น

มาจากน้ำได้โดยนำพระพุทธรูปองค์นี้มาไว้ที่วัดที่เป็นวัดร้างนั่นเองซึ่งเนื่องจากว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยมาขวางอยู่ที่หน้าวัดร้างจึงได้มีการตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่าพระขวางและเนื่องจากว่าวัดแห่งนี้มีพระขวางเป็นพระประจำวัดจึงได้มีการตั้งชื่อวัดว่าวัดพระขวางเพื่อให้สอดคล้องกับตำนานอย่างไรก็ตามชาวบ้านสังเกตเห็นว่าหลังจากที่พระพุทธรูปองค์นี้มาอยู่ที่วัดพระขวางก็มีพระและสามเณรหายไปเรื่อยๆเลย

ไม่มีใครรู้ว่าทั้งพระและเณรนั้นหายไปที่ไหนจนชาวบ้านนั้นเกิดความอยากรู้จึงได้มาแอบดูตรงบริเวณที่ตั้งของพระพุทธรูปในช่วงเวลากลางคืนและพบว่าพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปที่กินพระและกินเณรเข้าไปดังนั้นจึงได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษากับทางเจ้าอาวาสซึ่งทางด้านเจ้าอาวาสนั้นก็ได้มาทำพิธีด้วยการใช้ยันต์ปิดไฟที่พระพุทธรูปพระขวางและมีการแกะปรอทซึ่งอยู่ด้านภายในองค์พระพุทธรูปออกมาและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่วัดแห่งนี้ก็ไม่มีพระหรือเณรหายไปอีกเลย

 

สนับสนุนโดย  rb88 เข้าสู่ระบบ

เสียงปริศนาในถ้ำสุมณฑา 

       บนเทือกเขาภูพานที่พาดผ่านมายังหมู่บ้านผาสุก ที่อำเภอสามหมอจังหวัดอุดรธานี ได้มีท่านศักดิ์สิทธิ์อยู่ท่านหนึ่งซึ่งชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อกันว่าทำดังกล่าวนั้นเป็นที่อยู่ของชาวเมืองลับแล เส้นทางแห่งนั้นก็คือถ้ำสุมณฑานั่นเอง

ซึ่งถ้ำแห่งนี้มีประวัติมาอย่างยาวนานหลายร้อยปีมาแล้วและคนเฒ่าคนแก่นั้นก็ทราบประวัติความเป็นมาของถ้ำแห่งนี้ได้กันเป็นอย่างดีเลยทีเดียว เจอคนเฒ่าคนแก่มีความเชื่อกันว่าภายในถ้ำสุมณฑานั้นจะเป็นถ้ำที่มีประตูมิติที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างกาลเวลาได้ โดยมีการเล่าลือกันว่าในช่วงทุกคืนที่เป็นคืนจันทร์เพ็ญนั้นหากใครผ่านมาที่ถ้ำสุมณฑาก็มักจะได้ยินเสียงปริศนาที่เล็ดลอดออกมาจากภายในถ้ำ

ซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าภายในถ้ำนั้นน่าจะมีอีกหนึ่งภพภูมิที่อาศัยอยู่และคนธรรมดาทั่วไปจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาธรรมดาของเรา ซึ่งตามความเชื่อของคนในสมัยโบราณเชื่อว่าคนที่อาศัยอยู่ภายในถ้ำที่เรากำลังพูดถึงนั้นก็คือคนที่อยู่ในเมืองลับแลนั่นเอง สำหรับเรื่องเล่าเมืองลับแลในถ้ำสุมณฑานั้น

คนแก่ได้มีการเล่าถึงเรื่องนี้กันว่าถ้าวันไหนที่เป็นคืนวันเพ็ญมักจะได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานดังเล็ดลอดออกมาจากในถ้ำ ซึ่งภาษาของคนที่คุยกันอยู่ภายในถ้ำนั้นเป็นภาษาที่คนธรรมดาทั่วไปฟังแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องอาจจะมีเรื่องบ้างเป็นบางคำแต่ส่วนใหญ่นั้นมักจะฟังไม่ค่อยออกว่าเขาคุยกันว่าอะไรโดยชาวบ้านเชื่อกันว่านั่น

คือภาษาครึ่งเทพครึ่งมนุษย์นั่นเองทำให้หลายคนที่เคยได้ยินเสียงพูดคุยและลอดออกมาจากภายในถ้ำต่างก็พากันหวาดกลัว เลิกบางคนก็ได้ยินเสียงมีการแสดงมหรสพพอได้ยินเสียงดนตรีไม่ว่าจะเป็นเสียงฆ้องหรือเสียงแคนดังแว่วออกมาจากภายในถ้ำ เคยมีคนเข้าไปพิสูจน์ว่าเสียงนั้นมาจากจุดไหนของถ้ำ

เพราะอาจจะเป็นไปได้ว่ามีคนเข้าไปอาศัยอยู่ในถ้ำแต่เมื่อหาเท่าไหร่นั้นก็ไม่หาเจอได้ และบางคนก็ได้หรือว่าในช่วงบางคืนที่มีพระจันทร์เดือนเพ็ญนั้นบางทีก็เห็นเป็นแสงสว่างเล็ดลอดออกจากภายในถ้ำมาแม้ไม่มีใครรู้ว่าแสงนั้นเป็นแสงของอะไรกันแน่ สำหรับความเร้นลับของเรื่องภายในถ้ำสุมณฑานั้น เป็นเรื่องที่เล่าขานกันมากันมานมนาน

และถึงแม้ปัจจุบันนี้ก็ยังมีการพูดถึงความเร้นลับของถ้ำสุมณฑากันอยู่โดยมีการเชื่อกันมากว่าที่นี่คือสถานที่ที่เป็นประตูมิติเพื่อที่จะสามารถเดินทางไปยังเมืองลับแลได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  rb88

การเร่งปฎิกิริยาไฟฟ้าเข้าไปที่สมอง

ซึ่งการเร่งปฎิกิริยาตรงนี้ก็ได้มีผลการทดลองออกมาที่่น่าสนใจเป็นอย่างมากด้วย ซึ่งถามเอาตามทฤษฎีถ้าสมองของเรามันได้ถูกเร่งปฎิกิริยาสูงขึ้นไปเราจะมีพลังงานในรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมาใช่หรือไม่เขาก็เลยมีการทดลองแบบนี้ขึ้นมาด้วยการนำคนจริงๆมาเร่งปฎิกิริยาสมองด้วยการใช้กระแสไฟฟ้าเป็นตัวกระตุ้นทำให้สมองเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

เพราะตามหักวิทยาศาสตร์เขาบอกว่าหัวสมองของเราจะมีกระแสไฟฟ้าอยู่ในนั้นและกระแสไฟฟ้าเหล่านั้นมันก็ได้เป็นตัวแปลสำคัญในการทำงานแทบทุกส่วนของสมองที่จะส่งต่อไปยังร่างกายเขาเร่งจะต้องมีการเร่งการทำงานของสมองด้วยกระแสไฟฟ้านั้นเอง ซึ่งก็อย่างที่เราได้รู้กันอยู่ว่าการทดลองวิทยาศาสตร์ทุกครั้งมักจะประสบกับความล้มเหลวมาก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งการทดลองนี้มันก็ได้เป็นหนึ่งในนั้นอีกด้วย ซึ่งถ้าเอาตามข้อมูลที่เราได้ไปศึกษามา ซึ่งเขาได้บอกว่าได้มีการทดลองแบบนี้อยู่หลายครั้งมากและทุกครั้งที่ได้มีการเร่งปฎิกิริยาสมองด้วยไฟฟ้าไปถึงประมาณหนึ่ง

บางคนก็ทนไม่ไหวจนต้องมีการยกเลิกการทดลองและพอหลังจากการยกเลิกการทดลองผู้ถูกทดลองบางคนก็อาจจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตไปเลยหรือเป็นบ้าไปเลยก็มีอยู่เช่นกันแต่การทดลองนี้เขาได้มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาได้บันทึกเอาไว้ว่าครั้งนี้มันจะเป็นครั้งที่ใกล้เคียงกับคำว่าประสบความสำเร็จ โดยตรงนี้เขาได้บอกว่าได้มีอยู่หนึ่ง

คนที่ถูกเร่งปฎิกิริยาของสมองดันกระแสไฟฟ้าขึ้นสูงไปประมาณ50-60%แล้วร่างกายของผู้ที่ถูกทดลองทนรับกระแสไฟฟ้าตรงนั้นได้และที่สำคัญไปมากกว่านั้นก็คือคนที่ถูกเร่งปฎิกิริยาสมองไปเขาได้ทำการส่งข้อความไปถึงผู้ที่ทำการทดลองอยู่โดยที่เขาไม่ได้ทำการพูดหรือทำท่าทางอะไรแต่อย่างใดเลย ซึ่งตอนแรกทางทีมผู้วิจัยเขาคิดว่าเขาน่าจะคิดไปเองเสียงที่ได้ยินในหัวเขาน่าจะเกิดจากการจินตนาการ

หรือว่าอะไรสักอย่างหนึ่งแต่พอลองสอบถามกันไปมากับผู้ที่วิจัยคนอื่นๆปรากฎว่าคำพูดที่ได้ยินในหัวของแต่ละคนตรงกันหมดและมันไม่ได้ตรงกันธรรมดามันดันตรงกันทุกคำพูดและตรงทุกพยาง ซึ่งตรงนี้น่าสนใจมากและเขาก็ยังหาคำตอบให้ไม่ได้แต่เขาคาดกันว่าน่าจะเกิดจากการเร่งปฎิกิริยาสมองของผู้ถูกการทดลองคนนี้ไปถึงประมาณ50-60%

และเขาได้ใช้จิตหรือโทรจิตส่งข้อความเพื่อที่จะสื่อสารกับผู้วิจัยเหล่านี้แต่สุดท้ายการทดลองนี้ก็ต้องหยุดลงเพียงแค่การเร่งปฎิกิริยาสมองไปประมาณ50-60%เท่านั้นเพราะว่าผู้ที่ถูกเร่งปฎิกิริยาได้สมองตายลงและกลายมาเป็นเจ้าชายนิทราไปเรียบร้อย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ติดต่อ rb88

ปริศนาภาพโมนาลิซ่าบอกอะไรกับเราบ้าง?

สำหรับเรื่องของภาพปริศนาโมนาลิซ่าที่ได้มีการพูดถึงกันมาอย่างหนาหูมาก คือมันได้เป็นรูปภาพที่ถูกวาดขึ้นมา โดยบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อว่า Leonardo Da Vinci ซึ่งเราเชื่อว่าหลายๆคนก็น่าจะรู้จักบุคคลคนนี้ ซึ่งนายLeonardo Da Vinci เขาได้เป็นนักสถาปนิก นักศิลปะ นักออกแบบต่างๆนานามากมาย

ที่โด่งดังมากและได้มีการสร้างสรรค์รูปวาดที่สวยงามอยู่ค่อนข้างที่จะเยอะแยะมากมายและหนึ่งใมนนั้นก็ได้มีอยู่หนึ่งรูปภาพที่หลายๆคนได้เกิดความสงสัยและได้รู้สึกว่าภาพนี้มันจะต้องมีอะไรสักอย่างที่อยู่ในนั้นนั้นก็คือ ภาพของโมนาลิซ่า ซึ่งรูปภาพของโมนาลิซ่า ถ้าเราไม่สังเกตอะไรมากเราก็จะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ถูกออกแบบวาดรูปเหมือนคนสมัยก่อน

มีความสวยงามมีน่าตาที่สวยและมีภาพพื้นหลังที่วาดออกมาได้แสดงถึงความเป็นธรรมชาติทั่วไป ซึ่งรูปภาพของโมนาลิซ่าเขาได้คาดการณ์เอาไว้ว่า น่าจะถูกสร้างขึ้นมาเมื่อราวๆปี1500ต้นๆแต่ไม่สามารถระบุได้ตรงๆเลยว่าได้ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงเวลาวันไหนและได้มาจากพื้นที่ตรงไหนแบบชัดเจนบอกได้แต่เพียงขอบเขตและได้มีการาตั้งทฤษฎีขึ้นมาเท่านั้น

ซึ่งในปัจจุบันรูปภาพของโมนาลิซ่าก็ได้ถูกเก็บเอาไว้ที่ The Grove Museum และก็ยังได้ถูกตั้งโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามารับชมและก็ถ่ายรูปนั่นเองและ ทฤษฎีเรื่องของภาพโมนาลิซ่า ต่างจริงๆมันมีอยู่เป็นสิบเป็นร้อยทฤษฎีแต่ว่ามันจะมีอยู่สามทฤษฎีใหญ่ๆที่น่าสนใจและเราคิดว่ามันนาจะเป็นไปได้มากที่สุด

โดยเราจะเรียงเป็นทฤษฎีไป โดยทฤษฎีแรก ตอนแรกได้ถูกตีตกไปว่ามันไม่น่าจะเป็นความจริงแต่ในปัจจุบันก็ยังได้มีนักวิทยาศาสตร์หรือนักประวัติศาสตร์ยังได้เชื่อกันอยู่ไม่น้อยว่าทฤษฎีเหล่านี้จะเป็นจริงนั่นก็คือคนที่อยู่ในภาพไม่ใช่โมนาลิซ่าแต่เป็นลูกสาวของผู้ปกครองเมืองLudovico Sforza,Milanในตอนนั้นที่มีชื่อว่า Bianca Sforza

โดยเขาได้คาดการณ์กันว่า Bianca Sforzaนั้นได้เสียชีวิตลงหลังจากที่ได้แต่งงานกับผู้บันชาการกองทัพได้ไม่นานและตอนนั้น Bianca Sforzaเขาก็ได้ตั้งครรภ์แต่ปรากฎว่าในการตั้งครรภ์ของ Bianca Sforzaได้เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติก็คือการตั้งครรภ์นอกมดลูกมันเลยทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมาLeonardo Da Vinciก็ได้วาดรูปนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของ Bianca Sforza ซึ่งตรงนี้ได้เป็นแนวคิดในทฤษฎีแรกที่เขาได้บอกว่าคนที่อยู่ในรูปไม่ได้ชื่อว่าโมนาลิซ่าหรือ ลิซ่าแต่อย่างใดแต่ชื่อว่า Bianca Sforzaนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แทงขั้นต่ํา10บาท

การคืนชีพสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์

สำหรับตรงนี้เราคิดว่ามันได้มีความน่าสนใจในระดับหนึ่ง ถ้ามันสามารถคืนชีพสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้จริงๆเราบอกเลยว่ามันคือการประสบความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ โดยเขาได้บอกว่าตามหลักทฤษฎีเวลาที่เราได้ไปขุดค้นพบฟอสซิลต่างๆทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นฟอสซิลที่ย่อยสลายแล้วเหลือแต่กระดูกหรือจะเป็นฟอสซิลที่ถูกแต่แข็งและได้มีความใกล้เคียงความสมบูรณ์มากที่สุด

เขาจะนำเอาฟอสซิลเหล่านี้นำเอามาสกัดดีเอ็นเอและนำดีเอ็นเอเหล่านั้นมาใส่ในสัตว์สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่มีชีวิตในยุคนั้นมากที่สุดถ้ายกตัวอย่างเช่นเมื่อประมาณ2-3ปีที่แล้วได้มีการขุดค้นพบเป็นฟอสซิลช้างแมมมอธในแทบขั้วโลกที่มีสภาพใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์มากแต่การทดลองครั้งนี้ตามบันทึกเขาได้บอกเอาไว้ว่ายังไม่มีการทดลองไหนที่จะประสบความสำเร็จเลย

ก็คือว่าได้มีการทดลองไปแล้วและล้มเหลวนั่นเองและคำว่าล้มเหลวนั้นมันก็ได้มีผลเสียตามมาจากกรณีที่ฝากครรภ์ใส่สิ่งมีชีวิตในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเสือเขี้ยวดาบช้างแมมมอธหรือสัตว์ชนิดอื่นๆที่เขาได้มีการทดลองเขาได้บอกว่าร่างกายของสัตว์ในยุคปัจจุบันมันไม่สามารถที่จะอุ่มท้องสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์ได้นานพอที่จะคลอดพวกเขาออกมาได้และผลที่ตามมาสัตว์ที่ถูกไปเป็นแม่เพื่อตั้งท้องก็ตายลง

เพราะว่าร่างกายไม่สามารถรับภาระในการตั้งครรภ์ในขณะนั้นได้และเขาได้บอกอีกว่ามันได้มีผลข้างเคียงหลายอย่างไม่ใช่แค่ตั้งท้องไม่ไหวทั้งเรื่องของสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันเพราะมีการยัดเซลล์สิ่งมีชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์เข้าไปแล้วร่างกายมันเกิดการต่อต้านต่างๆนานามากมายตรงนี้มันก็เลยทำให้สิ่งมีชีวิตที่ถูกนำมาเป็นแม่รับภาระไม่ไหวแล้ว

ก็ต้องเสียชีวิตลงตรงนี้เขาได้บอกว่ามีการทดลองหลายครั้งแล้วก็ล้มเหลวมาทุกครั้งกันเลยและเขายังได้บอกอีกว่าตรงจุดนี้เขาก็ได้มีการศึกษาแล้วก็ได้มีการทดลองอยู่เรื่อยๆเพราะว่าอยากจะคืนชีพสิ่งมีชีวิตยุคโบราณแต่ในมุมมองของเรา เรามองว่าการคืนชีพสิ่งมีชีวิตยุคโบราณหรือการคืนชีพมนุษย์ไม่ใช่ผลดีต่อโลกสักเท่าไหร่เพราะถ้าเกิดว่าเรามองเป็นกรณีๆอย่างกรณีของการคืนชีพมนุษย์เรา

เคยตั้งข้อสงสัยว่าถ้าวันหนึ่งเราสามารถควบคุมการเกิดและการตายได้มันจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งหลายๆคนก็ได้ให้ความเห็นตรงกันเลยว่าถ้าเราสามารถควบคุมการตายการเกิดได้มันอาจจะทำให้ประชากรบนโลกของเรามีจำนวนเกินหรือประชากรล้นโลกนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ฝากถอนไว

มนุษย์เข้ามาอยู่บนโลกได้อย่างไร?

ในโลกปัจจุบันของเรามันมีอะไรที่มากขึ้นๆไปเรื่อยๆถ้าจะให้ตอบตามความคิดแล้วก็ในมุมมองของเรานั่นก็คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ได้คุยกันเล่นๆว่ามันอาจจะเป็นผลผลิตที่คนที่สร้างเราขึ้นมาหรือคนที่เอาพวกเรามาไว้ข้างบนโลกเขาจะเข้ามาเอาผลผลิตตรงนี้ในอนาคตไปหรือเปล่า หรือ ผลผลิตตรงนี้มันจะเป็นอย่างอื่นก็เป็นได้

เพราะว่าตรงจุดนี้ถ้าเราจำไม่ผิดคนที่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกคนที่มีไฮคิวสูงๆเขาได้บอกว่าคนจริงๆพวกนี้เขาได้เสียชีวิตไปแล้วแต่มันก็ยังได้มีการเก็บเอาไว้เป็นความลับนั่นก็คือเขาเหล่านี้ได้ถูกเก็บสมองเอาไว้และเขาได้บอกเอาไว้ว่าในอนาคตเขาจะเอาสมองของบุคคลเหล่านั้น

มาโคลนนิ่งเราอาจจะได้เห็น ไอน์สไตน์ในอนาคตหรือเราอาจจะได้เห็นนักวิทยาศาสตร์ดังๆที่เขาได้เสียชีวิตไปแล้วในอนาคตมันก็อาจจะเป็นไปได้ ซึ่งตรงนี้เราก็ไม่ค่อยชัวเท่าไหร่เพราะเราได้ไปหาข้อมูลจากต่างประเทศมาแล้วเราก็เลยคิดว่ามันก็อาจจะเป็นไปได้ ซึ่งตรงนี้มันก็อาจจะเป็นผลผลิตหรือเปล่าอันนี้เราก็ไม่ชัวเหมือนกัน

แต่ในมุมมองของเรา เราได้คิดว่าโลกของเรามันก็เหมือนฟามร์ ซึ่งมันอาจจะมีมือที่เรามองไม่เห็นหรือมันอาจจะมีพระเจ้าที่เราได้พูดกันมันอาจจะสร้างเราขึ้นมาเพื่อได้อาศัยอยู่บนโลกและได้มีการวิวัฒนาการตัวเองจนถึงจุดๆหนึ่งเขาอาจจะเข้ามาเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือเปล่า ตรงนี้มันก็อาจะเป็นอีกหนึ่งทฤษฎีที่มันจะเป็นไปได้แล้ว

มันก็ได้มีนักวิทยาศาสตร์หลายๆคนก็มีทฤษฎีนี้อยู่ในหัวอยู่เหมือนกัน และ ทฤษฎีสุดท้ายนี้ที่มันได้มีความเชื่อถือค่อนข้างต่ำแต่มันก็ได้มีคนเชื่อกันอยู่และมีหลายๆคนได้เชื่อกันว่ามันก็อาจจะเป็นไปได้นั่นก็คือ บรรพบุรุษของมนุษย์โลกเราได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มันได้มาจากกาแลกซี่อื่นและได้เป็นนักโทษที่ถูกขับไล่ให้มาอยู่บนโลกพร้อมกับลบความทรงจำคือทฤษฎีตรงนี้

ที่เราได้ไปศึกษามามันอาจจะดูงมงายและมันได้มีความเป็นจริงที่น้อยมากแต่เราพอลองไล่อ่านลองเจาะลึกลงไปเรื่อยๆมันก็อาจจะเป็นไปได้หรือเปล่าคือทฤษฎีตรงนี้เขาได้บอกว่าจริงๆแล้วโลกของเราในยุคนั้นมันไม่ได้มีสายพันธุ์มนุษย์อยู่เลยแต่มันได้มีสิ่งมีชีวิตมีแบคทีเรียมีสัตว์มีลิงแต่มันไม่มีมนุษย์อยู่บนโลกซึ่งอยู่ดีๆวันหนึ่งกก็ได้มีนักโทษจากกาแลกซี่อื่นถูกขับไล่ให้มาอยู่บนโลกและมาใช้ชีวิตอยู่บนโลกโดยที่ไม่มีเทคโนโลยีอะไรเลย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก

ตำนานสวนเอเดนงูร้ายและแอปเปิ้ล

       คำสาปอดัมกับอีฟนับเป็นคำสาบแรกตั้งแต่พระเจ้าเริ่มสร้างโลกขึ้นมา ซึ่งเรื่องราวของอดัมกับอีฟนั้นมีปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลตอนหนึ่งของศาสนาคริสต์ ซึ่งรายละเอียดของอดัมกับอีฟนั้นเราพอจะทราบกันคร่าวๆอยู่แล้วว่าพระเจ้านั้นได้ทรงสร้างชายหญิงคู่หนึ่งขึ้นมาโดยฝ่ายชายนั้นชื่ออดัมส่วนฝ่ายหญิงนั้นชื่ออีฟซึ่งการสร้างนั้นพระเจ้าได้มีการเสกอดัมซึ่งเป็นผู้ชายขึ้นมาก่อนหลังจากที่ได้มีการสร้างอดัมขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว

จึงได้มีการนำซี่โครงบางส่วนของอดัมนั้นมาเสกเป็นผู้หญิงที่ชื่อว่าอีฟ จากที่ได้มนุษย์คู่หนึ่งขึ้นมาเป็นอดัมกับอีฟแล้วพระเจ้าก็ได้มีการส่งทั้งอดัมและอีฟนั้นไปอยู่ที่สวนแห่งหนึ่งซึ่งเราเรียกสวนสวรรค์แห่งนั้นว่าสวนเอเดนโดยพระเจ้าได้มีการสั่งทั้งอดัมและอีฟว่าพวกเขาสามารถอยู่ในส่วนนี้และสามารถที่จะหยิบจับกินอะไรก็ได้ในส่วนนี้ทั้งหมดยกเว้นแอปเปิลซึ่งเป็นผลไม้แห่งความรู้

หลังจากที่พระเจ้าส่งอดัมและอีฟมาอยู่ที่สวนเอเดนนั้นพวกเขาก็ทำตามกฎระเบียบที่พระเจ้าสั่งอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอดและพวกเขาก็อยู่ที่สวนเอเดนนั้นอย่างสงบสุขเรื่อยมา แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นจนได้เมื่อวันหนึ่งมีงูโดเรตัวหนึ่งเลื้อยมาหาเอฟและมันได้มีการชักชวนให้อีฟนั้นลองกินแอปเปิ้ล และไม่เพียงแค่ให้อีฟกินแอปเปิ้ลเท่านั้นมันยังแนะนำให้อีฟนั้นชวนอดัมมากินแอปเปิ้ลด้วยกันอีกด้วย และเมื่อพระเจ้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นพระเจ้าจึงได้ทำโทษงูตัวนั้นด้วยการให้มันนั้นเลื้อยไปกับพื้นด้วย

การนำท้องไถลไปกับพื้นดิน ส่วนอีฟนั้น พระเจ้าได้สาปให้เธอนั้นมีบุตรและจะต้องมีการคลอดบุตรออกมาด้วยความเจ็บปวดและทรมาน ส่วนทางด้านอดัมนั้นซึ่งเป็นฝ่ายชายพระเจ้าได้มีการสาปให้อดัมนั้นมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลครอบครัวและหาเลี้ยงครอบครัวไปจนตลอดชีวิต และตำนานความเชื่อนี้เองที่มีการระบุเอาไว้ว่าบรรพบุรุษของมนุษย์เรานั้นก็คืออดัมและอีฟและที่มนุษย์โลกนั้น

ต้องมีพฤติกรรมแบบนี้ก็เพราะว่าอดัมและอีฟนั้นถูกลงโทษเพราะฉะนั้นผลของการสาปของพระเจ้าที่มีต่ออดัมและอีฟจึงตกมาสู่ลูกหลานอย่างพวกเราเป็นรุ่นต่อรุ่นซึ่งในปัจจุบันเราก็จะเห็นได้ว่าผู้หญิงนั้นก็มักจะต้องคลอดลูกด้วยความเจ็บปวดทรมานก่อนลูกจะคลอดออกมาส่วนผู้ชายนั้นก็จะมีหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวทำงานตั้งแต่แต่งงานจนถึงเสียชีวิตเลยทีเดียวและคำสาปจะยังคงอยู่แบบนี้ตลอดไป 

 

 

สนับสนุนโดย  sagame666

ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

ตำนานความรักที่เป็นสาเหตุให้ต้องตายที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

เชื่อว่าไม่มีใครคนไหนในประเทศไทยที่ไม่รู่จักสถานที่อันโด่งดังไปทั่วประเทศนั้นก็คือ……. “ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน” ถ้าใครยังจำไม่ได้ก็จะตองจำได้หากหนึ่งถึงนักเตะบอลทีมหมูป่าที่ได้เผลอเข้าไปในที่แห่งนี้แหละออกมาไม่ได้อยู่หลายวัน แต่เมื่อมีเจาหน้าที่จุดทูบและลองเข้าไปตรวจหาคนในถ้ำอีกครั้งก็พบกลุ่มนักฟุตบอลในที่สุด

ซึ้งนั้นทำให้สถานที่นี้ยิ่งโด่งดังเข้าไปใหญ่จนแม้แต่คนต่างประเทศก็รู้จักที่นี้เป็นอย่างดี โดยที่นี้นั้นมีตำนานที่เล่าลือกันมานานมากแต่ตั้งที่ภูเขานี้ถูกค้นพบและตีตราว่ามีรูปร่างเหมือนกับหญิงสาวกำลังนอนอยู่ที่พื้น โดยหลังจากที่มีการถูกตรีตราว่าภูเขาลูกนี้มีหน้าตาเหมือนกับหญิงสาวนั้น ก็ได้ยินมีคนเฒ่าคนแก่หลายๆคนออกมาบอกถึงตำนานที่ตัวเอง

บอกว่าเคยได้ยินมานานตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นทวดว่าทำไมถึงมีภูเขาที่หน้าตาคล้ายกับหญิงสาวเช่นนี้โดยวันนี้ที่เราพูดถึงเรื่องนี้ก็เพราะว่าเราจะมาเล่าถึงตำนานที่ถูกกล่าวขานกันมาตั้งนานแล้วด้วยตำนานที่ว่านั้นจะมีความน่าสนใจมากแค่ไหนและเรื่องราวเป็นมายังไงจึงทำให้มีภูเขาแบบนี้เดี๋ยวเราไปฟังไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

เรื่องราวนั้นมีอยู่ว่ามีองค์หญิงคนหนึ่งนั้นเป็นผู้หญิงที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากโดยเธอเองนั้นก็มีชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องของความงามของเธอโดยชื่อสิ่งที่ถูกแพร่สะพัดไปทั่วและก็มีเจ้าชายจดมึงหลายๆเมืองที่เข้ามาขอเธอแต่งงานแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธออยากแต่งงานกับใครเลยแม้ว่าจะมีหนุ่มหล่อมากมายหรือมีหนุ่มหล่อที่มากความสามารถมาจากมุมไหนก็ตามเธอก็ไม่สนใจ

เพราะว่าเธอนั้นมีชายที่รักอยู่แล้วโดยใช้คนนั้นก็คือท่านแม่ทัพคนนึงที่เธอนั้นหลงรักเขามาตั้งแต่เด็กโดยท่านพ่อของเธอเองก็เห็นด้วยกับเรื่องที่พวกเขานั้นจะแต่งงานด้วยกันตอนเด็กๆทั้งสองนั้นสัญญาแต่งงานกันแล้วฝ่ายชายก็ตอบตกลงพ่อโตขึ้นหญิงสาวอายุประมาณ 27 ปีเธอบอกว่าในเช้าวันต่อมาจะเริ่มจัดงานแต่งงานทันที

ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็มีการทำหน้าที่สีหน้าตกใจแต่เมื่อหญิงสาวถามว่าเป็นอะไรก็ตอบเพียงแค่ว่าเขาแค่ตื่นเต้นเท่านั้นโดยเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรและคิดว่าเขาก็รักเธออย่างจริงใจเธอจึงรีบกลับห้องไปเตรียมงานให้เรียบร้อยแต่เมื่อถึงเวลาที่เจ้าบ่าวจะเข้ามาในงานแต่งงานทุกคนกลับพบว่าเจ้าบ่าวนั้นหายตัวไปอย่างหนาแน่นทำให้องค์หญิงเสียใจเป็นอย่างไร

บ้างเธอพยายามตามหาเจ้าชายไปทั่วประเทศจนไปถึงเมืองแห่งหนึ่งโดยมีชื่อว่าเมืองเวียงจันทน์เธอพบกับชายชราคนนึงเธอจึงเข้าไปนำอาหารและน้ำมาให้เขาทานหลังจากที่ตาแก่คนนั้นได้ทำการกินอาหารและน้ำจนอิ่มองค์หญิงก็ถามเขาว่าเขารู้จักชายหนุ่มคนนั้นหรือไม่โดยเธอนั้นก็เล่าถึงรายละเอียดของคนที่กำลังจะแต่งงานกับเธอไป

ซึ่งก็คือท่านแม่ทัพโดยตาแก่คนนั้นก็ได้บอกว่าเท่านั้นรู้จักเลยอย่างดีเพราะว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนที่มักจะให้เงินเขาเวลาเขาไปขอเงินแล้วชายหนุ่มคนนี้นั้นกำลังจะแต่งงานกับหญิงสาวที่สวยที่สุดในหมู่บ้านเมื่อถึงได้ยินดังนั้นจึงเสียใจและหลังจากนั้นก็ปลอมตัวเป็นชาวสวนลองเดินทางเข้าไปใกล้บ้านใกล้จุดที่จัดงานซึ่งเธอก็พบว่าชายหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกับหญิงสาวสุดสวยงั้น

ก็คือท่านแม่ทัพคนที่เธอหลงรักและคิดจะแต่งงานด้วยนั่นเองนั่นทำให้เธอเสียใจมากเธอเพิ่งรู้ว่าที่เขาหายไปนั้นไม่ใช่เพราะว่าเขาถูกจับตัวไปหรือเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้นกับเขาแต่เขาหนีมากับหญิงสาวที่มุมเวียงจันทน์และมาแต่งงานด้วยกันทำให้เธอเสียใจนอนหลับน้ำตารินไหลตลอดเวลาจนสุดท้ายก็ตามใจตายด้วยความเสียใจที่เหมือนถูกความรักหักหลัง 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บา คา ร่า sagame

สงครามโลกระหว่าง อังกฤษ กับ ญี่ปุ่น

สาเหตุที่เยอรมันได้คิดที่จะเช้าบุกโปแลนด์ในครั้งนี้นั้นมันก็เป็นเพราะว่าดินแดนที่โปแลนด์ได้อาศัยอยู่นั้นมันก็ได้มีดินแดนของเยอรมันอยู่ด้วยจากนั้นเขาคิดที่จะบุกเข้าไปถามว่า อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส จะทำแบบเดิมหรือไม่แล้ว อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส

ได้เห็นเหตุการณ์เชโกสโลวาเกียก็ได้บอกว่าไม่ได้แล้วถ้าเราอ่อนข้อให้เยอรมันก็จะทำการบุกต่อไปๆเรื่อยๆดังนั้น อังกฤษก็เลยบอกโปแลนด์ว่า โปแลนด์จะต้องสู้แล้วถ้าหากโปแลนด์คิดจะสู้แล้วเดี๋ยวเราจะช่วยเองจากนั้นพอโปแลนด์ได้มีความรู้สึกว่ามีอังกฤษที่ค่อยหนุนหลังอยู่และถามว่าโปแลนด์จะยอมให้เยอรมันบุกดีๆหรือไม่ไม่ยอมโปแลนด์

ก็เลยสู้กลับทั้งสองฝ่ายก็เลยได้ประกาศสงครามกันขึ้นมาในตอนนั้น แต่เยอรมันเองเขาก็ไม่ได้โง่ซักเท่าไหร่ก่อนที่เขาจะเข้าไปบุกโปแลนด์ทางเยอรมันก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าตัวเองนั้นได้ตั้งอยู่ตรงกลางทวีปยุโปรถ้าสมมุติว่าเราไม่ได้ทำสงครามกับฝั่งนี้ที่กำลังทะเลาะกันอยู่ตรงนี้แล้วก็มีอีกฝั่งหนึ่งเข้ามาบุกและจะเกิดอะไรขึ้น

คืออีกฝั่งหนึ่งก็มีประเทศที่น่ากลัวอยู่ก็คือ สหภาพโซเวียตนั่นเอง ดังนั้นทางเยอรมันก็เลยเข้าไปทำการตกลงอะไรบางอย่างกับสหภาพโซเวียตล่วงหน้าประมาณว่าเราจะเข้าไปบุกโปแลนด์นายอย่ามาตีเราเดี๋ยวเราบุกโปแลนด์เสร็จนายก็มาตีโปแลนด์แล้วเราก็มาแบ่งกันดังนั้นเยอรมันก็ได้ใจเล็กน้อยแล้วก็ไม่ค่อยกลัวประเทศอื่นซักเท่าไหร่ นอกจากนี้อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส ยังได้ร่วมกันทำอีกอย่างหนึ่งก็คือร่วมกันขับไล่สหภาพโซเวียตออกจากลีกอ๊อฟเนชั่น

เพราะว่า ลีกอ๊อฟเนชั่นได้มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้โลกของเราสงบสุขแต่ว่าสหภาพโซเวียตดันไปจับมือกับเยอรมันเข้าไปตีโปแลนด์ไปแล้วเรียบร้อยดังนั้นสองประเทศนี้ได้จับมือกันแล้วก็ทีบสหภาพโซเวียตออกจากลีกอ๊อฟเนชั่นไป ซึ่งบังเอิญว่าจริงๆมันมีคนหนึ่งที่สามารถห้ามได้แต่ดันไม่ห้ามเลยก็คือจีนนั่นเอง ดังนั้นสหภาพโซเวียตก็เลยหันมาทะเลาะกับจีนแทนเหมือนประมาณว่าเราจะโดนไล่ออกทำไมจีนไม่ช่วยสหภาพโซเวียตเลยหลังจากนั้นสงครามในโลกก็ได้เกิดขึ้นมาอย่างหนักขึ้นเยอรมันไปตีฝรั่งเศส

จนสามารถตีจนแตกได้เลย แล้วในการที่บุกเข้าไปตีในครั้งนี้อิตาลีสุดท้ายฝรั่งเศสก็โดนแบ่งแยกไปคนละทิศละทางและแถมยังไปรบกับอังกฤษถึงขั้นที่ว่าเอาระเบิดบินเอาไปทิ้งที่เกาะอังกฤษหลังจากที่ญี่ปุ่นทะเลาะกับจีนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งญี่ปุ่นก็รู้สึกว่าฉันตีจีนก็จะตีได้แค่ฝั่งที่ติดกับญี่ปุ่นจีนมันก็ยิ่งใหญ่ไปอีกต้องไกลถ้าเราปล่อยเอาไว้แบบนี้

เดี๋ยวจีนพอเราตีตรงนี้มันก็จะหนีไปตรงนั้นตรงนี้ดันนั้นเราจะต้องปิดรอบประเทศจีนดังนั้นญี่ปุ่นก็เริ่มที่จะยึดพื้นที่ต่างๆที่อยู่รอบประเทศจีนรวมไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียบใต้อีกด้วยและนี้มันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่ไทยที่เวียดนามและที่ประเทศต่างๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน csgo