ประวัติศาสตร์เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้

ซึ่งในช่วงของสงครามโลกได้จบไปแล้วสหรัฐก็ได้ดูแลตรงส่วนที่ได้อยู่ติดทะเลจากนั้นเขาก็ได้เอาความเป็นประชาธิปไตยเข้ามาแต่เมื่อได้ดูแลไปดูแลมาทางเกาหลีก็เดี๋ยวๆและบอกว่าพวกเองจะมาแยกประเทศข้าไม่ได้ถามประชากรที่อยู่ในประเทศกันบ้างหรอ

ด้วยความที่ว่าเกาหลีทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ เขาก็ไม่พอใจกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันก็อยู่ใต้ตีนญี่ปุ่นมากว่า30กว่าปีจะให้ชาติอื่นเข้ามาปกติอะไรอีกเป็นไปไม่ได้ฉันไม่ยอมเขาก็เลยมีการประทวงกันบ้างอะไรบ้างมันก็เลยรุกลามไปจนก่อสงครามกลางเมืองเลยนานไปเข้าก็เลยเอาเกาหลีมารวมเป็นประเทศเดียวกันสะเลยสิแต่ทว่าจะปกครองระบบกันแบบไหนดี

ซึ่งเกาหลีเหนือเกาหลีใต้ก็หันหน้ามามองกันว่าทำไมเราไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยเอาแบบนี้เรามาเลือกตั้งกันก่อนเลยแล้วกันทั้งสองก็ยินยอมแต่ทว่าการเลือกตั้งในครั้งนั้นมันก็เป็นไปได้ไม่ค่อยสวยงามด้วยความที่ว่าเกาหลีขอทั้งสองฝ่ายเขาก็มีแบ็คอยู่

โดยเกาหลีในส่วนที่อยู่ติดกับประเทศจีนก็มีโซเวียตเป็นแบ็คอยู่โซเวียตยังได้แอบเชียร์ลึกๆว่าเกาหบีจะต้องชนะเราจะได้เอาระบอบคอมมิวนิสต์เข้ามากบกลืนให้หมดเลยทางด้านของสหรัฐก็เชียร์ลึกๆว่าถ้าเลือกเสร็จแล้วจะต้องเป็นประชาธิปไตยและประเด็นก็คือเกาหลีใต้ในตอนนั้นเขาก็มีประชากรเยอะมากกว่าเกาหลีเหนือเสียอีกยังไงสะเกาหลีเหนือก็ต้องแพ้ในการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ผลของการเลือกตั้งในครั้งนี้มันก็เป็นความล้มเหลวมันก็มีแต่เกาหลีใต้ไปเลือกเกาหลีเหนือก็แบบบอยคอร์ดมันก็เลยเกิดความวุ่นวายปวดหัวหลังจากการเลือกตั้ง

ส่วนสหภาพโซเวียตนั้นก็เลยประกาศให้จัดการจัดตั้งให้เกาหลีเหนือให้มีผู้นำที่เป็นของตัวเองเสียเลยก็คือ คิมอิลซุงคุณปู่ของผู้นำ คิม คนปัจจุบันนี้แหละก็ได้เข้ามาปกครองเกาหลีเหนือทางใต้พอเห็นแบบนี้ก็เลยไม่ยอมแต่งตั้งขึ้นมาบ้างก็เลยเริ่มเป็นจุดแบ่งของเกาหลีใต้อย่างชัดเจน

โดยมันได้เกิดมาจากการแทรกแซงของสองมหาอำนาจล้วนๆเลยและในเรื่องของการแทรกแซงแบบนี้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นมากับทั้งสองเกาหลียังมีชาติอื่นๆของโลกที่ได้โดนแบบนี้ด้วยแบบเบาหูให้ไปเป็นคอมมิวนิสต์เถอะส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็ไปเป่าหูให้ไปเป็นประชาธิปไตยเถอะ

เนื่องจากนี้ทั้งสองประเทศที่ได้ชัยชนะสงครามด้วยกันแต่ดันไปมีอุดมการที่ไม่เหมือนกันก็เริ่มที่จะไม่พอใจระหว่างกันขึ้นมาตบกันเลยไหมจะไปตีกันแบบสงครามโลกก็รู้ว่าประเทศของตัวเองจะได้รับความพินาศขนาดไหนถึงแม้จะเป็นฝ่ายที่ชนะก็เถอะแต่ก็ยับไม่ใช่น้อย

 

สนับสนุนโดย  betbb

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวเขมรในช่วงของยุค70

วันที่ไม่น่าอยู่ในประวัติศาสตร์โลกซึ่งเราจะไม่ขอพูดในเรื่องพวกสงครามหรือว่ากาลโลกมรณะเพราะว่าคุณทุกคนต่างก็ได้รับรู้กันมาหมดแล้วเราจะต้องพูดเรื่องราวที่ยังไม่มีใครรู้มาก่อนถ้าพร้อมกันแล้วก็ไปดูกันได้เลย

เหตุการณ์ที่ 1  สำหรับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวเขมรในช่วงของยุค70ก็จะมีเหตุการณ์ที่ดูน่าสลัดใจเกิดขึ้นกลับประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้นเองมันก็คือการสังหารผู้คนจำนวนมากในเหตุการของเขมรแดงที่เรียกได้ว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเลยทีเดียวท่าพูดไม่ผิดถึงแม้ว่าในตัวเลขของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นจะไม่ได้มีการจดบันทึกเอาไว้อย่างแน่นอนแต่เขาได้คาดการณ์ว่ามีมากถึงประมาณ3ล้านคนกันเลยทีเดียว

ซึ่งเป็น2ใน3ของประชากรของเขมรของในยุคนั้นที่ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่เสียชีวิตก็จะกลายเป็นศพที่เสียชีวิตที่อยู่ในทุ่งสังหาร

โดยที่ในชื่อหนึ่งที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้เลยก็คือ พลเอก พลพต ที่เป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ที่จากโลกนี้ไปอย่างไม่ต้องรับโทษใดๆ

นอกจากนี้ในประวัติคร่าวๆของเขานั้นก็ได้เป็นเลขาธิการทั่วไปของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาที่ได้เริ่มทำงานมาตั้งแต่ในปี1963และก็ได้เป็นนักผู้ปฏิวัติผู้นำเขมรแดง

ซึ่งในรัฐบาลของเขานั้นได้เข้ามาปกครองในกัมพูชานั้นก็ได้มีการเปลี่ยนเหล่าอาชีพของจำนวนประชากรเป็นจำนวนมากให้ไปเป็นชาวไร่ชาวนาทำงานในชนบทบังคับให้ใช้แรงงานเรียกได้ว่าในระดับความโหดเทียบกับในเกาหลีเหนืออะไรประมาณนี้เลยนั้นก็เลยเป็นสาเหตุที่ได้ทำให้ชาวกัมพูชาในยุคนั้นHPกันหมดแล้วก็ได้สิ้นชีพไปเป็นจำนวนมาก

เหตุการณ์ที่ 2  สำหรับเหตุการณ์สังหารหมู่ในนานกิงในส่วนสมัยของสงครามโลกครั้งที่สองเมืองนานกิงก็จะเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนในยุคคณะรัฐบาลธนชาติ

ซึ่งในเวลานั้นเองทำให้เกิดเรื่องราวปั่นป่วนขึ้นทำให้ชาวจีนได้มีความรู้สึกว่าซีช้ำจนถึงชีวิตในปัจจุบันนี้ก็คือจะมีเหตุการณ์ที่เหล่าชาวญี่ปุ่นได้บุกเข้ามายึดที่เมืองนานกิงหลังจากนั้นก็ได้ทำการข่มเหงผู้คนกว่า6สัปดาห์

เรียกได้ว่าเป็น6สัปดาห์ที่ว่าเป็นฝันร้านของชาวนานกิงเลยทีเดียวและในช่วงระยะเวลานั้นญี่ปุ่นก็ได้เขาไปปล้นแล้วก็ทำให้HPของชาวจีนได้หมดกันไปเป็นหลอดๆกันเลยและก็ไม่มีการสนใจด้วยว่าเขานั้นจะเป็นทหารที่ไม่มีอาวุธเป็นพลเมืองทั่วไปคนแก่ผู้หญิงหรือว่าเด็กอะไรก็คือโดนหมด

นอกจากนี้ตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เหล่านี้มันก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนเนื่องจากว่าในหลักฐานต่างๆเขาได้ถูกปิดบังแล้วก็หลักฐานบางส่วนก็ได้ถูกทำลายลงไปในแบบที่ไม่ตั้งใจแต่เขาได้คาดการณ์ว่าน่าจะมีการเสียชีวิตราวๆ2-3แสนคนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่าออนไลน์

การประยุกต์การใช้สีของศิลปะคริสเตียน 

ยุคคริสเตียนเป็นยุคที่ศิลปะกำลังเฟื่องฟูโดยเฉพาะการสร้างสรรค์ของงานโมเสกหรือการแก้กระจก หินสีต่างๆถูกนำมาเรียงให้เป็นงานต่างๆเพื่อแสดงให้เห็นว่าอารยธรรมหรือมีความศรัทธาในพระเจ้าส่วนใหญ่งานศิลปะในประเภทนั้นๆก็จะถูกแสดงให้เห็นว่า ชาวคริสเตียนหรือพวกนอกศาสนาที่ไม่รู้หนังสือก็สามารถสร้างสรรค์งานที่แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาหรือมีอารยธรรมของงานศิลปะนี้ได้

งานสักการะนี้มักจะเป็นเส้นรอบที่มีความชัดเจนด้านข้างมากซึ่งการใช้สีที่โดดเด่นซึ่งแสดงให้เห็นว่าบุคคลสำคัญในคัมภีร์ไบเบิล สามารถแสดงเธอถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะจนข้างเดียวได้งานเรือนแก้วกระจกหรือว่างานเรียงหินแก้วนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบันหากเราลองไปโบสถ์ทางด้านศาสนาคริสต์ต่างๆ ก็จะเห็นงานศิลปหัตถกรรมตอนนี้ได้หลายๆที่ในการแสดงให้เห็นว่าความศรัทธาของผู้คนมีมากขนาดไหนที่ถ่ายทอดมาเป็นงานศิลปะ 

เวลากลางคืนถูกแสงจากตะเกียงไฟหรือแสงจากไฟต่างๆ และแสดงให้เห็นถึงภาพที่มีความชัดเจนข้างเยอะไม่มีความเหมือนจริงหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการใช้สีที่ตัดกันอย่างชัดเจนจนมากจนเกินไป ซึ่งการใช้งานต่างๆนี้ถูกสร้างสรรค์อยู่ในหมวดต่างๆเพื่อแสดงให้เห็นถึงลักษณะของศาสนา

ศิลปะต่างๆเป็นศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของผู้คนต่างๆที่แสดงความศรัทธาต่อพระเจ้า ซึ่งศิลปะสักการะนี้เขามีการพัฒนาตลอดเวลาให้มีความสร้างสรรค์หรือแม้แต่จะเป็นการสร้างบรรยากาศต่างๆโดยเฉพาะในส่วนของบทและแสดงสินค้าต่างๆ งานโมเสกตอนนี้ได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นงานจิตรกรรมขนาดชิ้นเล็กๆบนแผ่นไม้หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการถ่ายทอดผู้บริจาคเงินให้กับโบสถ์นานๆก็จะมีการพัฒนาให้มีความเหมือนทุกคนนะเต่านี้ อย่างไรก็ตามศิลปะในการใช้สีต่างๆของคริสเตียนก็มีปัญหาตลอดเวลาส่วนใหญ่ครับหากเป็นงานโมเสกเป็นงานใช้แก้ว

สีสันก็จะมีความเข้มหรือมีความชัดเจนเรื่องตังค์เยอะมีเส้นตัดที่ไหนอย่างชัดเจนซึ่งในยุคปัจจุบันก็มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างไรก็ตามการใช้งานโหมดต่างๆเหล่านี้ก็มีการใช้อยู่ตลอดเวลาเพราะผู้กำกับให้ความเลื่อมใสและความศรัทธาโดยเฉพาะในส่วนของศาสนาต่างๆซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยิ่ง ทำงานศิลปะต่างๆเหล่านี้

ของผู้คนให้ความสนใจในการแสดงความเคารพหรือว่าแสดงให้เห็นว่าความศรัทธาของผู้คนนี้มีค่อนข้างมากก็เท่านี้เองจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง งานศิลปะที่เข้ามาสู่จิตใจของผู้คนโดยเฉพาะผู้คนที่อยู่ในศาสนาต่างๆที่แสดงให้เห็นว่างานศิลปะไม่มีข้อจำกัดในการพัฒนาไม่เพียงแต่การเขียนภาพจากเรื่องวันนั้นเรายังสามารถพัฒนารูปต่างๆ

ซึ่งสามารถแสดงถึงอารมณ์ทัศนียภาพหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการใช้สีต่างๆซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในยุคต่างๆเหล่านี้ งานที่ถูกใช้ในส่วนของสถานที่ต่างๆรวมทั้งยังเป็นการพัฒนารูปแบบงานต่างๆที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างไรก็ตามโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันการใช้งานในขณะนี้ก็ยังมีการใช้งานอยู่จนถึงในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีการใช้ศิลปะในการกล่อมเกลาจิตใจมนุษย์หรือว่าการใช้สีต่างๆซึ่งแสดงให้เห็นถึงความ ฉูดฉาด 

 

 

สนับสนุนโดย  huaydee

สงครามโลกครั้งที่1เกิดโดยบังเอิญจริงหรือ?

นักวิชาการทางรัฐศาสตร์เขาก็ยังได้ถกเถียงกันอยู่เรื่อยๆว่าสงครามโลกครั้งที่1นั้นได้เป็นสงครามที่เกิดจากความบังเอิญแบบตกตกกระไดพลอยโจนหรือว่ามันเกิดจากความตั้งใจของบางประเทศที่จะทำให้เกิดสงครามบางทฤษฎีีได้บอกว่า การล่าอาณานิคม การแข่งขันสะสมอาวุธ การเป็นพันธมิตรกัน ชาตินิยม 4ข้อที่เราได้กล่าวมานี้แม้ว่าจะไม่มีใครอยากจะให้มันเกิดขึ้นและนักวิชาการบางสายเขาก็จะปฏิเสธความคิดนั้นโดยสิ้นเชิง

กล่าวคือว่า ความบังเอิญไม่มีจริงในการทำสงครามนักวิชาการสายนี้เขาบอกว่าเยอรมันได้เป็นมหาอำนาจทางทหารอยู่แล้วต้องการจะทำสงครามกับรัสเซียในปี ค.ศ.1914 เพราะเป็นเวลาที่แสนยานุภาพของเยอรมันกำลังแรงสุดเลยและเมื่อแรงสุดแล้วก็จะมีแต่จะลดลงๆผิดกับรัสเซีย

ซึ่งกำลังจะปฏิรูปด้านกองทัพอยู่และก็มีการปฏิวัติในอุตสาหกรรมในประเทศด้วยแล้วถ้าเกิดว่ารัสเซียนั้นได้ทำสำเร็จประเทศรัสเซียนั้นก็จะลายเป็นประเทศใหม่แห่งมหาอำนาจในยุโปรจากนั้นก็ดันให้เยอรมันตกกระเป๋าลงไปคู่กรณีของสงครามโลกครั้งที่1ก็จะแบ่งออกเป็นสองฝ่ายได้แก่ ฝ่ายไตรภาคีที่นำโดยอังกฤษฝรั่งเศสรัสเซียและฝ่ายมหาอำนาจกลางที่นำโดยเยอรมันออสเตรียฮังการีทั้งหมดทั้งปวงนี้ที่เราได้เก่นไปให้แล้วคราวนี้เราจะกลับมาที่จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เป็นจักรวรรดิที่เกิดขึ้นของการจับมือรวมอำนาจของ2ราชวงศ์นั่นก็คือราชวงศ์ออสเตรียและราชวงศ์ฮังการีมีทั้งสิ้น2จักรวรรดิใหญ่เป็นอันดับสองรองจากจักรวรรดิรัสเซียแต่อย่างไรก็ตามแสนยานุภาพทางการทหารก็ยังด้อยกว่าจักรวรรดิเยอรมันอยู่บ้าง

ซึ่งเนื่องจากทั้งสองจักรวรรดิเป็นพันธมิตรที่แน่นเหนียวมากเราหมายถึงออสเตรียเยอรมันกับฮังการีนอกจากนี้จักรวรรดิออสเตรียฮังการีได้ผนวกดินแดนที่เรียกว่าบอสเนียเอาไว้ภายใต้จักรวรรดิด้วยบอสเนียต้องการเอกราชมันจึงได้มีความขัดแย้งมากขึ้นมาเรื่อยๆเซอร์เบียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านได้แอบสนับสนุนบอสเนียอยู่และเซอร์เบียก็ได้เป็นพัมธมิตรกับรัสเซียและรัสเซียก็ได้เป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศสและอังกฤษถ้ารบกับเซอร์เบียก้เท่ากับว่าจะต้องรบกับอังกฤษฝรั่งเศสและที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือจะต้องรบกับรัสเซียได้

ดังนั้นรัฐบาลฮังการีจึงได้รองสัญญาณการสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมันก่อนที่จะทำอะไรลงไป เมื่อไคเซอร์ วิลเฮมที่2 กษัตริย์เยอรมันได้ส่งสัญญาณลับมาว่าถ้าเกิดมีสงครามขึ้นมาจริงๆเยอรมันพร้อมรวมรบกับ ออสเตรีย-ฮังการีแน่นอน

เมื่อได้รับสัญญาณดังกล่าวออสเตรียฮังการีก็เลยเดินหน้าเต็มสตีมเลยคำว่าเดินหน้าเต็มสตีมหมายความว่าหาเรื่องที่จะรบนั่นเองโดยการยื่นคำขาด10ข้อให้กับรัฐบาลเซอร์เบียให้ปฏิบัติตามซึ่ง10ข้อนั้นจะมีรายละเอียดกันยังไงแต่ก็เราขอพูดกันอีกนี้ก็พอเพราะว่ามันเยอะและยาวมากแต่ว่ามันเป็นข้อเสนอที่ออกแบบมาที่จะให้รับไม่ได้ทำตามไม่ได้ยังไงก็ต้องมีการรบกันอย่างแน่นอน

ภาพวาดช่วงการปฏิวัติ วัฒนธรรมประเทศจีน

สำหรับเศรษฐกิจในประเทศจีนหลังจากที่นายเหมาเจ๋อตงได้เกษียณอายุไปแล้วและได้แต่งตั้งนายพลหลินเปียวเป็นแทนต่อจากนายเหมาเจ๋อตงเศรษฐกิจก็ได้เริ่มฟื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วนางเจียงชิงหลังจากที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในการประชุมพรรคก็ได้เข้ามาควบคุมงานทางด้านวัฒนธรรมของประเทศผลงานชิ้นโบว์แดงก็คือการเข้าไปในโรงเรียนต่างๆแล้วได้สร้างวิชาศึกษาวัฒนธรรมเหมาในหมู่บ้านเยาวชนและได้ก่อตั้งในสิ่งที่เรียกว่า 

เยาวชนพิทักษ์แดง หรือว่า เรดการ์ด ขึ้นในทุกโรงเรียน นายพลหลินเปียวหลังจากที่เผิงเต๋อฮว๋ายถูกเคี้ยะกระเด็นออกไปแล้วก็ขึ้นมาใหญ่โตแทนหลินเปียวก็เป็นผู้มีส่วนสำคัญมากในการสร้างลัทธิบูชาตัวบุคคลของเหมาขึ้นมา

โดยการสั่งพิมพ์สรรนิพนธ์เหมาแจกหนังสือเล่มนี้ที่มีชื่อเล่นว่าThe Little Red Book ซึ่งทุกคนจะต้องมีและถ้าคุณได้ไปดูภาพถ่ายหรือภาพวาดช่วงการปฎิวัติวัฒนธรรม

นอกจากหมวกที่lconicมากๆคนในรูปทุกคนจะต้องมีหนังสือเล่มแดงเล่มนี้อยู่ในมือด้วยซึ่งได้มีอยู่ช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกเลยที่The Little Red Book เป็นหนังสือที่ถูกตีพิมพ์มากที่สุดในโลกแซงคัมภีร์ไบเบิล 

ซึ่งยืนหนึ่งตลอดกาลหนังสือยอดพิมพ์สูงสุดอยู่หลายปีเลยนี่เรายังไปไม่ถึงแก๊ง4คนเลย

หลังจากที่ได้เกษียณตัวเองมาได้ระยะหนึ่งเหมาเจ๋อตงก็คิดว่าจะCome Backสักทีทั้งนี้รายงานว่าเหมาพูดว่ารู้สึกว่าตัวเองเหมือนบางสิ่งบางอย่างที่คนเคารพแต่ว่าไม่มีใครฟังเหมือนคนแก่ที่ถูกทุกคนกราบไหว้แต่ว่าไม่มีใครได้ให้ความสำคัญจริงๆเราจะต้องไม่ลืมว่ากระบวนการสร้างเยาวชนพิทักษ์แดงและงานด้านวัฒนธรรมในการสร้างลัทธิบูชาตัวบุคคลของเหมาเจ๋อตงได้ดำเนินมาช่วงหนึ่งแล้วตั้งแต่หลังปี1959ดดยเจียงชิงและหลินเปียว พอเหมาเจ๋อตงได้ตัดสินใจที่จะกลับเข้ามาทวงคืออำนาจในปี1966ก็ดูเหมือนว่า ทุกอย่างจะพร้อมพอดี

ในปี1965เหยาเหวินหยวนนักวิจารณ์ละครได้เขียนบทความวิจารณ์ละครเวทีเรื่องไห่ญุ่ถูกขับออกมาจากราชย์สำนักซึ่งได้เขียนโดยข้าราชการระดับสูงสุดผู้หนึ่งเหยาเหวินหยวนได้บอกว่าละครเรื่องนี้มันหลอกด่าประธานเหมาเจ๋อตงชัดๆเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับข้าราชการผู้ซื่อสัตย์และจงรักภักดีได้ถูกฮ่องเต้ขับไล่ออกจากราชสำนักเพราะบังอาจพูดความจริงกับฮ่องเต้

ซึ่งเหยาเหวินหยวนได้บอกว่านี่คือการหลอกด่าประธานเหมาเจ๋อตงในเรื่องของนายหล เผิงเต๋อหวายอาจารย์มหาวิทยาลัยสาขาปรัชญาชื่อเนี่ย หยวนจื่อ ออกมาด่ามหาวิทยาลัยว่ารับใช้ทุนนิยมได้เป็นปักษ์ต่ออุดมการณ์คอมมิวนิสต์นักศึกษามหาวิทยาลัยก็ได้ออกมารับลูกด้วยการทำหนังสือพิมพ์กำแพงที่มหาวิทยาลัยวิจารณ์ความเป็นทุนนิยมและความเป็นอีลีตของอาจารย์และผู้บริหารมหาวิทยาลัย

 

สนับสนุนโดย  bk8

ประวัติวอลเลย์บอลในประเทศไทย 

       สำหรับกีฬาวอลเลย์บอลนั้น ไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย แต่จะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศไหน และมีการนำกีฬาวอลเลย์บอลมาเล่นกันตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นไม่เคยมีหลักฐานปรากฎอย่างชัดเจน ซึ่งเท่าที่มีการพูดคุยหรือมีการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของประวัติวอลเลย์บอลนั้น มีเรื่องราวเล่ามาว่ามีการเล่นวอลเลย์บอลมากนานนับร้อยปีแล้วเช่นกัน

ซึ่งในช่วงแรกแรกที่วอลเลย์บอลมีการนิยมนำมาเล่นกันในประเทศไทยนั้น คนไทยไม่ค่อยนิยมเล่นกันสักเท่าไหร่ กลุ่มคนที่เล่นวอลเลย์บอลกลุ่มแรกแรกกลับเป็นกลุ่มคนชาวจีนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยและยังมีกลุ่มคนชาวญวณที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเช่นเดียวกัน  ซึ่งหลัง จากที่คนไทยเห็นคนจีนและคน ญวณเล่นกีฬาวอลเลย์บอลกันแล้วจึงอยากจะลองเล่นดูบ้าง

และได้มีการนำกีฬาชนิดนี้ไปจัดการแข่งขัน ตามสถานที่และตามจังหวัดต่างต่าง เพื่อให้คนไทยได้เริ่มรู้จักกีฬาชนิดนี้กันอย่างแพร่หลายนั่นเอง อย่างไรก็ตามหลังจากที่คนไทยเริ่มหันมานิยมเล่นกีฬาวอลเลย์บอลแล้ว ก็พบว่าได้เริ่มมีการคิดที่จะมีการจัดการแข่งขันและมีการชิงรางวัลกันด้วย ซึ่งในช่วงแรกที่มีการจัดการแข่งขันนั้น จะเป็นการจัดงานเฉพาะกลุ่มสโมสร และพวกสมาคมต่างต่าง หรือกลุ่มคนในชุมชนกันซะส่วนใหญ่ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีผู้นำที่มีการริเริ่มให้มีการจัดการแข่งขันนั่นเอง อย่างไรก็ตามกีฬาวอลเลย์บอลเริ่มมีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษา

เนื่องจากมีการบรรจุเอาไว้ให้มีการสอนในสถานศึกษาด้วย และเมื่อประมาณปี พุทธศักราช 2477  ก็ได้มีการนำข้อมูลเอกสารเกี่ยวกับกฏกติกาการเล่นกีฬาวอลเลย์บอลของต่างประเทศมาแปลให้เป็นภาษาไทยและได้มีการตีพิมพ์ออกมาเพื่อแจกเป็นหลักสูตรตามสถานศึกษาต่างต่างโดยเฉพาะกับกรมพละศึกษา โดยผู้ที่แปลนั้น ก็คือ คุณนพคุณ พงษ์สุวรรณ

เพราะท่านนั้นถือได้ว่าเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับ กีฬาวอลเลย์บอลมากที่สุดในขณะนั้นก็ว่าได้  หลังจากที่มีเอกสารแจกให้กับกรมพละศึกษาทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การเล่นวอลเลย์บอลในสถานศึกษาจึงได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นเพราะทุกสถานศึกษาก็จะมีการนำการเล่นกีฬาวอลเลย์บอลมาสอนกับเด็กนักเรียน ซึ่งช่วงแรกนักเรียนหญิงจะเป็นผู้ที่สนใจกีฬาชนิดนี้มากกว่านักเรียนชาย และต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2500  

ประเทศไทยก็ได้มีการจัดตั้งสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลสมัครเล่นขึ้นครั้งแรก ที่เป็นของประเทศไทยเอง และยังได้มีการสนับสนุนให้มีการจัดงานการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลตามสถานที่ของหน่วยงานราชการต่างต่าง ไม่ว่าจะเป็น ตามมหาวิทยาลัย  หรือตามกรมพละศึกษาของจังหวัดต่างต่างและยังมีการให้มีการจัดการแข่งขันขึ้นเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

สงครามไทยบุกยึดเชียงตุงคืนจากอังกฤษได้อย่างสำเร็จ

ทหารไทยได้บุกขึ้นไปก็ได้พบว่าทหารจีนได้ถอยไปกันหมดแล้วปล่อยทิ้งศพทหารนานตายเอาไว้อีกทั้งยังได่พบเห็นศพทหารไทยลาดตระเวนที่ได้ถูกจับขังเข้าไว้ให้อดอาหารจนผ่อมโทรมหลังจากนั้นทหารไทยก้ได้เข้ายึดเมืองเชียงตุงได้ในวันที่4มิถุนายน พ.ศ.2485 เป็นระยะเวลากว่า80ปีที่ประเทศไทยเราได้เสียเชียงตุงไป ในสมัยรัชกาลที่3 

เมื่อกองทัพทหารไทยได้เข้ามาถึงในเชียงตุงในตอนแรกชาวบ้านต่างก็ได้เผ่าบ้านเรือนและหนีเข้าไปอยู่ในป่ากันหมดเพราะคิดว่าเป็นทหารของญี่ปุ่นหลังจากที่ได้ทราบข่าวกันดีแล้วว่าเป็นกองทัพของทหารไทยก็ตีฆ้องร้องประกาศและดีใจและได้รีบเข้าต้อนรับกันเป็นอย่างดีหาอาหารมาให้กินตามมีตามเกิด เพราะทหารจีนได้เผาเชียงตุงไปเกือบหมดไปทั้งเมืองเหลือเอาไว้แค่เพียงตึกสามหลังที่มันยังสามารถใช้การได้พร้อมกับว่าปล้นอาหารชาวบ้านและส่วนอาหารที่ไม่สามารถขนไปได้ก็เผาทิ้งไปจนหมดไม่เหลือแถมยังทำลายข้าวของเครื่องทำมาหากินของชาวบ้านไปจนหมดรวมไปถึงโคกและอื่นๆอีกมกมาย 

เช้าในวันรุ้งขึ้นในวันที่5มิถุนายน ค.ศ.2485 ทหารไทยได้เดินขบวนเข้าที่เมืองเชียงตุงอย่างเป็นทางการชาวบ้านที่ได้หนีเข้าป่าไปได้ออกมาทำการต้านรับทหารไทย โดยได้มีดอกไม้และธูปได้มอบให้กับทหารไทยด้วยใบหน้าที่ยิ้มหลังจากนั้นผู้ที่ได้ครองนครเชียงตุงก็ได้ออกมาทำการต้านรับทหารไทยและทำพิธีส่งเมืองให้จอมพลผินชุณะวัณ

ตลาดจนที่ทหารไทยที่ได้เข้ามาที่เมืองเชียงตุงก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะแสดงความดีใจอะไรนอกเสียจากความสงสารที่มีให้แก่ชนเชื้อชาติเดียวกันเชื้อสายเดียวกันพูดภาษาเดียวกันนับถือศาสนาและวัฒนธรรมเดียวกันคือคนไทเขินและคนไทใหญ่ที่ต้องมาล้มตายจากสงครามและซากเมืองที่ได้พัง พินาศ

นอกจากนี้ทหารไทยยังอ่อนล้าจากการสู้รบและโรคระบาดโดยเฉพาะโรคมาลาเรียที่ทหารกว่า25%ของทั้งกองทัพจะต้องงหมดสภาพในการสู้รบจากการติดเชื้อเพื่อเป็นการปล่อยข่าวรวงจอมพลผินชุณหะวัณต้องประกาศว่ากองกำลังญี่ปุ่นจะมาสมทบในเร็วๆนี้เพราะรู้กันว่าทหารจีนกลัวทหารญี่ปุ่นและดูเหมือนว่าจะได้พบทหารจีนได้ถอยออกไปเรื่อยๆทหารไทยก็ตามตีอย่างไปถอยและสิ่งที่ยากลำบากกว่าการต่อสู้ก็คือการเดินทางที่ยากลำบากทหารจีนได้ระเบิดสะพานในทุกๆแห่ง

เพื่อที่จะสกัดการติดตามแต่ในการที่สร้างสะพานขึ้นมาใหม่มันกลับยากลำบากยิ่งกว่าเพราะฐานสะพานที่อ่อนแอลงทำให้ทหารช่างต้องเสียชีวิตและได้ตกลงไปในหุบเหลวและแม่น้ำเวลาพักผ่อนของทหารก็ไม่เต็มที่เนื่องจากถูกสัตว์ต่างๆรบกวนเมื่อได้ทำการบุกอย่างต่อเนื่องจนสามารถครอบครองรัฐฉานได้ทังหมดในเดือน มกราคม พุทธศักราช2486ไทยได้สถาปนาดินแดนใหม่แห่งนี้ว่าสาธารณรัฐไทย เดิมและแต่งตั้งพลตรีผินชุณหะวัณดำรงตำแหน่งข้าหลวงพร้อมกับเลื่อนยศเป็นพลโท

 

สนับสนุนโดย  entaplay thailand

ดร.มาร์เซล เพททิออต หลอกเอาทรัพย์สินจากเหยื่อที่กำลังจะหนีตาย

ดร.มาร์เซล เพททิออต ได้เริ่มปล่อยข่าวออกไปว่าเขาได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ฝ่ายสัมพันธมิตรที่ได้มีส่วนรวมในการพัฒนาพิเศษอาวุธ สำหรับต่อต้านพวกนาซีอย่างลับๆและเขายังได้ติดต่อกับพวกฟาสซิสต์ใต้ดินของฝรั่งเศส ซึ่งสามารถลักรอบพาทุกคนที่ตำรวจลับตามไล่ล่าให้หลบหนีไปทางประเทศสเปนคิวบาอเจนติน่าหรือทางประเทศอื่นๆทางอเมริกาใต้ได้

เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ต้องการจะลี้ภัยเขาก็ยิ่งดีที่จะให้ความช่วยเหลือหากแต่ว่าคนคนนั้นจะต้องมีเงินทองจำนวนก้อนใหญ่อย่างไม่น้อยเพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนิดการมันมีค่อนข้างสูงอีกทั้งทุกคนที่จะเดินทางหนีข้ามประเทศก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดยาป้องกันโรคก่อนที่จะผ่านเข้าสู่ประเทศปลายทางที่ข้อลี้ภัย ข่าวปล่อยของ ดร.มาร์เซล เพททิออต

ทำให้พวกกลุ่มต่อต้านนาซีชาวยิว ซึ่งกำลังเสียขวัญก็ได้แห่พากันมาขอให้ดร.มาร์เซล เพททิออต ให้ช่วยดำเนินการอพยพอยู่หลายคนโดยดร.มาร์เซล เพททิออตได้บอกกับลูกค้าแต่ละคนว่าจะพาหลบหนีไปยังประเทศต่างๆตามที่พวกเขาต้องการผ่านทางประเทศโปรตุเกสแต่จะต้องเสียค่าดำเนินการ25,000ฟันต่อคน

ซึ่งถือว่าได้เป็นจำนวนเงินที่สูงอยู่พอสมควรที่สุดในสมัยนั้นแต่อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่จะหนีตายเงินทองมากมายแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าชีวิตพวกเขาจึงตอบตกลงยอมรับข้อเสนอของ ดร.มาร์เซล เพททิออต แทบจะทันทีหลังจากที่บรรดาเหยื่อกระเป๋าหนักได้ยอมรับข้อเสนอแล้ว ดร.มาร์เซล เพททิออต จะบอกให้พวกเขาหอบหิ้วทรัพย์สินมีค่าที่ต้องการจะขนย้ายออกนอกประเทศติดตัวมาให้หมดเลยได้มีการนับพบกันในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อพวกเขาได้มาถึง ดร.มาร์เซล เพททิออต

ก็จะให้เหยื่อทั้งหลายถลกแขนเสื้อขึ้นเพื่อฉีดยาป้องกันโรคไข้ทรพิษแต่ในความเป็นจริงยาที่ได้ถูกฉีดเข้าไปนั้นกับเป็นยาพิษไซยาไนด์ที่จะทำให้เหยื่อทุกคนต้องจบชีวิตคนอย่างแสนทรมานแล้วหลังจากนั้น  ดร.มาร์เซล เพททิออต ก็จะทำการยึดเอาทรัพย์สินและของมีค่าทั้งหมดมาเป็นของตนเองพร้อมกับกำจัดศพด้วยการนำเอาไปโยนทิ้งแม่น้ำเซ็นการลวงเหยื่อมาฆ่าของ  ดร.มาร์เซล เพททิออต สร้างผลประโยชน์ให้แก่เขาเป็นจำนวนมหาสาน

จากนั้นเขาก็เริ่มที่จะลงทุนต่อยอดด้วยการซื้อคฤหาสน์ร้างหลังใหญ่แห่งหนึ่งนั่นก็คือบ้านเลขที่21ในราคา5แสนฟันเพื่อที่จะใช้หลอกล่อเหยื่อมาฆ่าและได้จำจัดศพได้อย่างง่ายดายขึ้น ดร.มาร์เซล เพททิออตได้ทำการว่าจ่ายช่างให้ได้เข้ามาทำการตกแต่งให้เก็บเสียงได้อย่างมิดชิดโบกปูนปิดหน้าต่างประตูทุกบานทุกห้องจนเหลือช่องประตูห้องเอาไว้แค่ช่องละหนึ่งบานเท่านั้น

นอกจากนี้ทุกห้องในคฤหาสน์จะถูกเจาะรูสำหรับถ้ำมองเอาไว้โดยครั้งหนึ่งช่างตกแต่งได้ถาม ดร.มาร์เซล เพททิออตว่าทำไมต้องเจาะช่องสำหรับถ้ำมองเขาได้ตอบว่ามันเป็นช่องสำหรับส่องอาการผู้ป่วยโรคจิตสุดท้ายความลับก็ได้เปิดเผยก็คือมีเตาเผาที่ห้องใต้ดินซึ่งได้มีระบบระบายน้ำอย่างสมบูรณ์แบบ

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล next88

ประวัติ บารัค โอบามา

       หากพูดถึงนายบารัคโอบาม่าแล้วเชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักกันอย่างดีเนื่องจากว่าเขานั้นเคยเป็นอดีตประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อนซึ่งแน่นอนว่าลำดับการเป็นประธานาธิบดีของเขานั้นอยู่ในลำดับที่ 44 ก่อนหน้าที่ปัจจุบันนี้จะมีโดนัลด์ทรัมป์มาเป็นอันดับที่ 45 นั่นเองอย่างไรก็ตามประวัติของบารัคโอบามานั้นว่ากันว่าเขาเป็นคนที่เกิดในประเทศสหรัฐอเมริกานี้เอง

ซึ่งพ่อของเขานั้นเป็นคนเคนยาและได้เดินทางมาศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพร้อมทักษะพบรักกับแม่ของเขาซึ่งแน่นอนว่าการเป็นรักในวัยเรียนนั้นย่อมอยู่ได้ไม่ยั่งยืนซึ่งเมื่อ นายบารัคโอบามาเกิดได้เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นพ่อกับแม่ของเขาก็แยกทางกันโดยพ่อของเขานั้นกลับไปประเทศบ้านเกิดของตนเองในขณะที่ตัวเขานั้นต้องอยู่กับผู้เป็นแม่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และแน่นอนว่าพ่อของเขานั้นก็ไปแต่งงานใหม่ส่วนแม่ของเขานั้นก็แต่งงานใหม่เช่นเดียวกันโดยแม่ของเขานั้นได้แต่งงานกับชาวอินโดนีเซีย

ซึ่งจำเป็นที่บารัคโอบามานั้นจะต้องย้ายไปเรียนหนังสือที่อินโดนีเซียแต่อย่างไรก็ตามพออายุ 10 ขวบเขาก็ถูกส่งตัวมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาโดยมาอยู่กับตากับยายที่เมืองฮาวาย พออายุได้ 21 ปีพ่อของบารัคโอบามาก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์และหลังจากนั้นประมาณ 24 ปีเขาก็ต้องสูญเสียแม่อีกครั้งจากการที่แม่ของเขานั้นเป็นโรคมะเร็งในรังไข่

สำหรับบารัคโอบามานั้นหลายคนรู้จักเขาในครั้งแรกจากการที่เขานั้นเป็นคนเขียนหนังสือโดยเขาได้เขียนหนังสือเพื่อระลึกถึงพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปโดยในหนังสือของเขานั้นมีคติความคิดที่ดีที่หลายคนนั้นชอบจึงทำให้หนังสือของเขานั้นเป็นหนังสือที่ขายดีมากที่สุดอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว การแน่นอนว่าประมาณนั้นเขาได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและได้พบรักกับแฟนสาวจากที่นั่น

และชีวิตในวัยทำงานของเขานั้นเขาเริ่มมาจากการที่เขาเป็นทนายความโดยเขาจะเน้นดูแลในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนซึ่งหลังจากที่เขาได้ทำงานมาเรื่อยๆเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นวุฒิสมาชิกในลัทธิดูหน่อยและนั่นเองที่เป็นการเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการการเมืองของเขาในที่สุดและสุดท้ายนั้นเขาก็ถูกได้รับคัดเลือกจากคนในประเทศสหรัฐอเมริกาให้ได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 แน่นอนเขาคือประธานาธิบดีคนแรกที่มีผิวสี และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ผู้คนต่างการชื่นชอบในแนวความคิดของเขากันอย่างมาก ซึ่งถือได้ว่าเขาคือนักการเมืองที่ทั้งหนุ่มและมีแนวความคิดที่ดี ที่ประชาชนและนักข่าวต่างก็ชื่นชอบนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

ประวัติของ โดนัลด์ทรัมป์  

โดนัลด์ทรัมป์  มีชื่อเต็มว่าโดนัลด์ทรัมป์ เขาเกิดที่นครนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับโดนัลด์ทรัมป์  นั้นเขาเป็นลูกคนที่ 4 ของครอบครัว  อยู่ในสมัยที่โดนัลด์ทรัมป์   ยังคงเป็นเด็กนั้นพ่อของเขานั้นเป็นเจ้าของบริษัทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินซึ่งต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทมาเป็นชื่อ  The Trump   organisation   ในสมัยที่โดนัลด์ทรัมป์  อายุเพียงแค่ 13 ปีนั้น

เข้าได้ถูกพ่อแม่ส่งให้ไปเรียนโรงเรียนสำหรับฝึกทหาร ช่วยพ่อกับแม่ของเขานั้นมองเห็นว่าโดนัลด์ทรัมป์  เรื่องนิสัยไม่ดีและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจึงได้ส่งไปเพื่อไปดัด นิสัยและที่นี่เองที่เป็นที่ที่เขาเรียนจบในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหลังจากนั้นเขาก็ไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยอีก 2 ปี

และหลังจากนั้นเขาก็เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในขณะนั้นที่มีการสอนเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์และเมื่อโดนัลด์ทรัมป์  เรียนจบแล้วเขาก็ได้มาทำงานในบริษัทของครอบครัวหลังจากนั้นโดนัลด์ทรัมป์  ก็กลายมาเป็นคนที่เข้ามาดูแลกิจการและเป็นคนที่สืบทอดกิจการของพ่อเขาอย่างเต็มตัวและเมื่อพาได้เข้ามาดูแลธุรกิจอย่างเต็มตัวแล้วเขาก็ได้มีการขยายธุรกิจของเขาให้ใหญ่โตขึ้นด้วย

การเปลี่ยนไปหารายได้จากการดูแลอสังหาริมทรัพย์แล้วทำให้ธุรกิจของเขานั้นโตขึ้นอย่างรวดเร็วแต่แน่นอนว่าเขามีผลงานโดดเด่นอย่างเรื่อยๆซึ่งผลงานชิ้นแรกของเขานั้นเขาได้มีการทำให้โรงแรมจากที่เคยเป็นโรงแรมเก่าทรุดโทรมเรียกได้ว่าแทบจะหมดสภาพกลายมาเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีความทันสมัยมากที่สุดเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ใครๆต่าง

ก็อยากมาพักซึ่งหลังจากนั้นชื่อเสียงของบริษัทของโดนัลด์ทรัมป์  ก็มีมากขึ้น มีคนมาจ้างให้บริษัทของโดนัลด์ทรัมป์  ทำงานเยอะขึ้นทำให้เขานั้นมีรายได้จนในที่สุดเขาก็สามารถสร้างตึกของเขาเองซึ่งเป็นตึกที่มีความสูงและมีความใหญ่โตทันสมัยอยู่ใจกลางเมืองเลยทีเดียว หลังจากนั้นโดนัลด์ทรัมป์   ก็ยังมีการขยายธุรกิจไปเป็นธุรกิจอื่นๆอีกหลายอย่างจนสร้างรายได้ให้เขาจนกลายเป็นระดับมหาเศรษฐีเลยทีเดียว ซึ่งจากเขาจะขยายฐานธุรกิจของเขาภายในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว

เขายังมีโรงแรมภายใต้แบรนด์ของเขาเองนั้นอยู่อีกหลายประเทศด้วยกันในที่สุดนั้นโดนัลทรัมนั้นก็ได้มีการอยากจะมีการเปลี่ยนชีวิตของตนเองโดยเขาอยากเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาซึ่งในที่สุดเขาก็ได้มีการลงเลือกตั้งและสามารถชนะการเลือกตั้งในที่สุดซึ่งขณะนี้เขาได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 เป็นที่เรียบร้อยแล้วและปัจจุบันนี้ในปีพศ2563

โดนัลด์ทรัมป์ก็ยังคงเป็นประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ อย่างไรก็ตามโดยนั้นตามนั้นเขาได้มีประวัติเกี่ยวกับเรื่องของทรัพย์สินเงินทองที่มากมายมหาศาลรวมสินเขายังเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่มีอายุมากที่สุดอีกด้วยและแน่นอนโดนัลด์ทรัมป์นั้นยังไม่เคยเป็นข้าราชการหรือไม่เคยรับใช้การเป็นทหารมาก่อนด้วยเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  entaplay ดี ไหม