ประเทศที่ประสบความสำเร็จ

ประเทศที่ประสบความสำเร็จได้เร็วและมีประชากรหลั่งไหลเข้าไปทำงานมากที่สุด

จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศยูเออีได้ลากภูเขาน้ำแข็งมาสู่ตะวันออกกลางและนี่คือประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อคุณนั้นได้นึกถึงประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สิ่งแรงที่คุณคิดบางทีคุณอาจจะต้องนึกถึงตึกสูงอย่างตึกBURJKHALIFAที่ตั้งอยู่ในดูไบมันได้มีความสูงมาถึง828เมตร

หมู่เกาะต้นปาล์มโครงการก่อสร้างจำลองในดูไบที่ตั้งใจสร้างให้เกาะมีลักษณะที่เป็นรูปต้นปาล์มอีกทั้งยังได้มีทรายจำนวนปริมาณมากที่ได้มาพร้อมกับอุณหภูมิที่ร้อนแรงและแน่นอนว่าคุณคงไม่คิดที่จะเจอกับก้อนภูเขาน้ำแข็งที่ดินแดนตะวันออกกลางแห่งนี้แต่ใครจะเชื่อว่าได้มีผู้ชายอยู่คนหนึ่งซึ่งได้กำลังวางแผนที่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดให้มันกลายเป็นเรื่องจริง

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เป็นประเทศที่ได้ประสบความสำเร็จได้อย่างมหาสารขณะเศรษฐกิจของประเทศสหรัญอาหรับเอมิเรตส์ในทุกวันนี้ได้มีขนาดที่ใหญ่กว่าเมื่อ40ปีที่แล้วถึง9เท่าด้วยกันถึงขนาดที่เรียกได้ว่ามีขนาดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่4ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลางแซงหน้าประเทศอื่นที่มีจำนวนประชากรที่มากกว่าอย่างมีนายะที่สำคัญอย่างเช่นประเทศอิรักและประเทศอียิปต์เพราะการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ก้าวกระโดดแบบนี้นี่เอง

จึงทำให้มีแรงงานจากต่างประเทศได้อพยพเข้ามาทำงานในประเทศนี้มากมายมหาสาร ในปี1975 ประเทศที่ได้อยู่กลางทะเลทรายอย่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้มีประชากรภายในประเทศแค่เพียง550,800คนแต่40ปีให้หลังในปี2018จำนวนประชากรที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้พุ่งสูงถึง9.5ล้านคน

ซึ่งได้มีจำนวนประชากรที่ได้พุ่งสูงถึง16เท่าเมื่อได้เท่ากับจำนวนประชากร ในปี1975 ซึ่งสาเหตุที่ทำให้จำนวนประชากรที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สูงขึ้นขนาดนี้ก็เป็นเพราะการย้ายถิ่นของชาวต่างชาติได้เข้ามาทำงานภายในประเทศนั่นเองคุณเชื่อหรือไม่ว่าในทุกวันนี้จำนวนสัดส่วนประชากรที่เป็นพลเมืองชาวอาหรับเอมิเรตส์อย่างแท้จริงนั้น

มีแค่เพียง11.5%จากจำนวนประชากรที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศนี้เท่านั้นส่วนที่เหลืออีก88.5%นั้นเป็นจำนวนประชากรที่ได้เป็นคนชาวต่างชาติที่ไม่ได้ถือสัญชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และนั้นก็ได้ทำให้ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้มีอัตราการเกิดของชาวต่างชาติได้มีอัตราที่สูงมากที่สุดในโลกการหลั่งไหลของแรงงาน

ซึ่งได้มีค่าจ้างราคาถูกจำนวนมากได้เข้ามาในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทำให้มีการเกิดปัญหาการแยกชิงทรัพยากรภายในประเทศที่สำคัญนั่นก็คือน้ำในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ตั้งอยู่กลางทะเลทรายทำให้อากาศโดยทั่วไปร้อนและแห้งแร้ง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 mobile

ไปเที่ยวถ้ำเขากอบจังหวัดตรังกันเถอะ

ถ้ำเขากอบเป็นสถานที่เที่ยวที่สำคัญ ของจังหวัดตรังอีกที่หนึ่งเลย เนื่องจากว่ามีนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวดูกันอยู่ต่อเนื่อง ข้างในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อยให้ดูแล้วก็มีหลายถ้ำอยู่ในนั้น ตัวอย่างเช่นถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร รวมทั้งถ้ำเจ้าสาวที่มีการก่อตัวของหินที่มีความสวยงามมากจำเป็นต้องเข้าไปด้วยตาตนเอง

รวมทั้งช่วงสุดท้ายของตัวถ้ำไม่สามารถที่จะเดินดูเองได้จะต้องนอนราบไปบนเรือรวมทั้งเป็นที่น่าตื่นเต้นแก่นักท่องเที่ยวที่ได้มามากมาย รวมทั้งถ้ำเขากอบนั้นยังมีเรื่องมีราวเล่าต่อๆกันมาจนถึงทุกวันนี้

ประวัติถ้ำเขากอบ มีดังต่อไปนี้

นานมาแล้วได้มีท้าวภุชงค์ราชาที่นาคราชได้มีบุตร ชื่อพญากอบ เป็นคนที่มีความรู้และความเข้าใจรอบด้านแล้วก็เก่งในทุกๆด้าน รวมทั้งเป็นที่เกรงขาม เนื่องจากว่ามีร่างกายที่ใหญ่มโหฬาร ดวงตาแดงสุกส่องแสงมีเกล็ดสีขาวแล้วก็มีร่างกายยาวเป็นโยชน์

จากนั้นเมื่อได้โตเป็นชายหนุ่มก็เดินทางออกไปจากที่ต่างๆจนได้ไปพบรักกับนางศรีขัน นางศรีขันเป็นบุตรของยักษ์หูแกง แล้วก็ได้หนีบิดาของนางมาอยู่กับพญากอบ และก็ทั้งคู่ก็เลยตกลงที่จะอยู่ร่วมกัน และไม่นานักศรีขันก็เลยได้ตั้งท้องพญากอบก็เลยได้หาที่อยู่ที่ดีให้แก่ภรรยารวมทั้งลูกที่กำลังจะเกิดมา แล้วก็ได้มาพบถ้ำเขากอบ

ในตอนนี้ แล้วก็พญากอบก็ได้ใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่เผาผลาญ รวมทั้งเจาะหินให้กำเนิดเป็นถ้ำที่มีน้ำไหลผ่านขึ้นมา ด้านในถ้ำเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมีทั้งยังหินงอกหินย้อย สวยดังมรกตรวมทั้งมีเพชรนิลจินดาจำนวนมากและก็สัตว์นาๆจำพวกเข้ามาอาศัย เมื่อได้หาที่พักให้แก่นางศรีขันไว้รอคอยออกลูกได้แล้วทั้งคู่ก็ได้สัญญาว่าจะรักกันตลอดกาล

และไม่นานักบิดาของนางศรีขันได้ออกตามหา กระทั่งพบนางศรีขันซึ่งอยู่กับพญากอบในถ้ำ ก็เลยเกิดความโกรธได้พ่นไฟใส่พญากอบ แต่ว่าพญากอบหลบได้ก็เลยเกิดเป็นเขาหัวแตกขึ้นมา ส่วนนางศรีขันตกใจสำหรับในการต่อสู้ของผู้เป็นบิดากับสามีก็เลยหนีออกไปรอคอยสามีที่หน้าผา ก็เลยเรียกผานั้นว่าผานางคอยแล้วก็นางศรีขันก็ได้ออกลูกออกมาเยอะมากๆถึงแปดหมื่นตัว รวมทั้งเมื่อใดถึงเวลาที่ครอบครัวมาพร้อมหน้าพร้อมตากันถ้ำก็จะเรืองรองไปด้วยแสงสว่างของอัญมณี ผู้คนที่อยู่รอบๆนั้นก็จะเป็นสุข

ถ้ำเขากอบเป็นสถานที่เที่ยวของจังหวัดตรัง จะมีท่าเรือไว้บริการนักเดินทางแล้วก็อำนวยความสะดวกไม่เป็นอันตรายเมื่อได้มาดูถ้ำเลเขากอบของจังหวัดตรัง และก็ยังมีสถานที่เที่ยวอีกเพียบเลยที่น่าดึงดูดในจังหวัดตรัง

 

สนับสนุนโดย  เว็บ rb88

สวรรค์ชั่งแกล้งส่งเธอมาเกิด

อลิซาเบธ บาโธรี่ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่โหดที่สุดในโลกสำหรับเธอคนนี้ได้เป็นที่รู้จักกันดีในการ์ตูนนิยายหลายเรื่องมากมาย

และยังได้เป็นต้นตำรับความงามในเลือดส่วนพฤติกรรมนี้ต้องบอกเลยว่าโหดเหี้ยมไม่ต่างอะไรกับผีดูดเลือดทั้งหลาย จากนั้นเธอก็ยังได้รับฉายาว่าสาวรูปงามผู้กระหายเลือดและยังได้ถูกบันทึกให้เป็นฆาตกรที่ได้เฆ่าเหยื่อมากที่สุดในโลกและก็ไม่มีใครที่จะเทียบกับเธอได้ ซึ่งตัวอลิซาเบธนั้นได้ฆ่าผู้หญิงที่มีพรหมจารีตายไปแล้วประมาณ605ศพ 

ซึ่งอลิซาเบธนั้นเธอได้เกิดเมื่อวันที่7สิงหาคม ปี1560 ที่ประเทศฮังการี ซึ่งเธอนั้นได้เป็นคนในตระกลูของบาโธรี่ และเธอก็ยังได้มีความเกี่ยวข้องกับกษัตริย์ฮังการีในสมัยนั้นจากนั้นเธอก็ได้หมดลมหายใจ1614 เธอมีอายุเพียงแค่54ปีเท่านั้น

ซึ่งเธอนั้นก็ได้มีความเชื่อในเรื่องของชีวิตที่อย่างจะเป็นอมตะและก็อยากที่จะรักษาร่างกายของเธอเองไม่ให้แก่ลงจากนั้นเธอก็ได้เกิดความคิดขึ้นมาว่าถ้าตัวเธอนั้นได้อาบเลือดของผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์อยู่มันจะทำให้ตัวของเธอนั้นดูเด็กขึ้นไปลอดกาลจากนั้นเธอจึงได้สั่งไปออกไปจับผู้หญิงที่ยังมีความบริสุทธิ์อยู่นำเอาเลือดของผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์อยู่นำเอาเลือดมาใส่อ่างจากนั้นจึงทำให้มีผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์และก็ได้เสียชีวิตเพราะตัวเธอต้องการเอาแค่เลือดของหญิงสาวที่บริสุทธิ์อยู่นั้น

มาอาบซึ่งก็มีจำนวนของผู้หญิงที่บริสุทธิ์เสียชีวิตก็คือประมาณ600คนจากนั้นเธอก็ได้จับไปขังคุกมืดจากนั้นเธอก็ได้เสียชีวิตไปจากนั้นมาตัวเธอนั้นก็ได้รับสมญานามว่าแบล็คกูล่า ซึ่งตัวเธอนั้นได้เกิดอยู่ในภูเขาที่มันเป็นตระกลูของบาโธรี่มันได้เป็นตระกลูชั้นสูงของประเทศฮังการี และถือว่าเป็นตระกลูที่มีความร่ำรวยอีกทั้งยังได้มีอำนาจอย่างมากมาย

และยังได้เป็นที่หวาดน่าของเหล่าบรรดาประชาชนโดยทั่วไปซึ่งได้ปกครองแขวงนี้มานานหลายศตวรรษแล้ว ซึ่งมันก็ยังได้มีความจริงขึ้นมาอีกว่าอลิซาเบธนั้นไม่ได้เป็นคนที่มีรูปร่างที่ดีและสวยงามใบน่าของเธอนั้นไม่ได้สวยอะไรเลยแต่ถึงอย่างไรก็ตามที่ตัวเธอนั้นได้เป็นลูกผู้ดีที่ได้มีวงตระกลูจึงได้ทำให้จักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่สองได้เข้ามาขอดูตัวเธออีกด้วย

นอกจากนี้อลิซาเบธนั้นก็ได้มีรูปร่างน่าตาที่สสวยที่มันทำให้ตัวของเธฮนั้นได้คิดต่างๆนานาไปเองตลอดแจ่อย่างไรก็ตามเหมือนสวรรค์แกล้งส่งตัวเธอนั้นมาเกิดซึ่งเธอนั้นได้มีความผิดปกติดทางจิตอย่างรุนแรงซึ่งมันได้เป็นเรื่องธรรมดาในวงตระกลู

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8thai

สัตว์ขนาดใหญ่ที่ได้สาบสูญไปก่อยยุคประวัติศาสตร์

เม็กกาโลดอน

สำหรับสัตว์เม็กกาโลดอนมันได้เป็นสัตว์ที่มันได้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่โลกนี้ได้เคยมีมา ซึ่งสัตว์เม็กกาโลดอนนั้นมันได้มีอายุอยู่มายาวนานกว่า23ล้านปี หรือ เมื่อ26ล้านปีก่อน ซึ่งมันได้อยู่ในช่วงของไมโอซีนตอนต้นและไบโอซิน นอกจากนี้มันมักจะชอบอาศัยอยู่ในแถบมหาสมุทรทวีปอเมริกาใต้ และในปัจจุบันนี้ทางด้านนักวิทยาศาสตร์ก็ยังได้เชื่อกันอีกว่า เจ้าสัตว์เม็กกาโลดอนตัวนี้

มันมักจะชอบกินอาหารที่ตัวมันนั้นไม่เคยจะเลือกและยังได้คาดเดาว่ามันอาจจะกินปลาวาฬได้อีกด้วย เพราะเนื่องจากว่าได้มีการค้นพบเศษซากของกระดูกปลาวาฬที่ฟันของมันที่ได้มีร่องรอยของฟันปลาฉลามกัด นอกจากนี้ก็ยังได้วิเคาระห์กันอีกว่ามันน่าจะเป็นฟันของเจ้าปลาฉลามเม็กกาโลดอน ซึ่งเหยื่อของเม็กกาโลดอนชนิดหนึ่งมันได้เป็นวาฬก่อนยุคประวัติศาสตร์ที่ขนาดเท่ากับวาฬนาร์วาลในปัจจุบัน

ส่วนขนาดของเม็กกาโลดอนนั้นมันอาจจะมีความยาวประมาณ20ถึง22เมตร ซึ่งฟันของเจ้าเม็กกาโลดอนได้มีความยาวประมาณ21เซนติเมตรได้มีการค้นพบที่รัฐนอร์แคโรไลนาและมันก็ได้มีขนาดกามที่ใหญ่ขนาดประมาณ2เมตร ทั้งนี้ด้านนักวิทยาศาสตร์ก็ยังได้เชื่อกันอีกว่า ด้านเม็กกาโลดดอนโตขนาดที่มันยังเล็กอยู่นั้น

มันจะได้อาศัยอยู่ชายฝั่งของทะเล และส่วนเจ้าปลาฉลามที่มีขนาดใหญ่นั้นมันก็จะออกหาอาหารกินตามแถบทะเลเปิดรวมไปถึงด้านก้นของมหาสมุทร ซึ่งมันว่ายน้ำไปอย่างรวดเร็วและการโจมตีของเหยื่อนั้นก็ได้มีความเร็วไปแพ้กับการว่ายน้ำของมันเลย นอกจากนี้ในยุคปัจจุบันของเรานั้นทางด้านเจ้าเม็กโลดอนนั้นมันก็ได้สูญพันธุ์กันไปหมดแล้วเมื่อประมาณ2ล้านปีก่อน

สาเหตุมันก็อาจจะเริ่มมาจากวาฬนั้นมันได้ไปหลบไปอาศัยอยู่ที่บริเวณน้ำเย็น เนื่องจากเจ้าปลาฉลามเม็กกาโลดอนตัวนี้มันชอบอยู่ในเขตที่มีน้ำอุ่นเท่านั้นและมันก็ไม่สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับน้ำเย็นได้และมันก็ไม่สามารถที่จะมีอุณหภูมิได้เหมือนกับเจ้าปลาฉลามขาว

จากนั้นมันก็เลยไม่มีขนาดที่ขนาดใหญ่สำหรับมันจากนั้นมามันก็ได้เริ่มทำให้เจ้าปลาฉลามได้หายสูญพันธุ์กันไปจนหมด นอกจากนี้ก็ยังได้มีสายพันธุ์ที่คาดว่าดูเหมือนมันจะใกล้เคียงกันมากที่สุดเลยก็คือเจ้าปลาฉลามขาวนี่เองในความใหญ่ยักษ์รวมไปถึงความน่ากลัวของเม็กกาโลดอนนั้นจึงได้มีผู้คนจำนวนมากนำเอาไปสร้างนิยายและภาพยนตร์หลากหลายเรื่อง

 

สนับสนุนโดย  bk8 casino

สัตว์โบราณที่ได้สูญพันธุ์ไปแล้วนับร้อยล้านปี

เมื่อครั้งในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากโลกของมนุษย์เรานั้นก็ยังได้มีเหล่าบรรดาสัตว์ที่หลากหลายสายพันธุ์และมันจะมีที่โหดร้ายและที่ไม่ดุร้าย จากนั้นเวลามันก็ได้ล่วนเลยไปเป็นนับร้อยล้านปี บรรดาสัตว์ที่มันได้มีความโหดร้ายเหล่านั้นมันก็ได้สูญหายไปและหลงเหลือเอาไว้ให้ดูก็แต่ซากของฟอสซิลที่เอาไว้ให้นับโบราณได้ศึกษากันที่มันมีความเกี่ยวข้องกับพวกสัตว์ที่มันได้สูญพันธุ์ไปนับล้านปีเหล่านี้

คราเคน

เนื่องจากนี้เจ้าสัตว์ยักษ์ที่มีชื่อว่าคราเคน ซึ่งมันได้เป็นสัตว์ที่ขนาดใหญ่ยักษ์ที่อยู่ในตำนาน ที่ต้องทำให้พวกชาวทะเลนั้นต่างก็วิตกกังวลเกรงกลัวกับสัตว์ชนิดนี้เป็นอย่างมาก บางคนก็ได้กล่าวว่าลำตัวของมันนั้นได้มีลักษณะที่ดูเหมือนกับเจ้าปลาหมึกกล้วยที่มันได้มีขนาดที่ใหญ่ที่มันโพล่ขึ้นจากน้ำมาแค่ครั้งเดียวมันก็ถึงเสากระโดงเรือแล้วมันชอบเข้าทำร้ายเรือที่ชื่นชอบแล่นอยู่ในมหาสมุทร

ซึ่งหนวดของพวกมันนั้นก็ได้ลัดตัวลำเรือเอาไว้จากนั้นมันก็จะใช้หนวดของมันที่เหลืออยู่เข้าไปลัดลูกเรือจนเสียชีวิตหรือในบางทีมันก็ได้นำเอาเข้าปากที่ได้มีความน่ากลัวของมัน ซึ่งเจ้าคราเคนได้ถูกเขียนขึ้นมาและได้มีการเล่าขานกันมาตั้งแต่ยุคก่อนทั้งได้มีการจดบันทึกครั้งแรงที่ประเทศนอร์เวย์

นอกจากมันได้เป็นเรื่องราวที่ได้เล่าเกี่ยวกับสัตว์ที่มันได้มีชีวิตที่มีขนาดลำตัวของมันนั้นเท่าเกาะและได้บรรยายจดเรื่องที่ได้เกี่ยวกับ คราเคนตัวนี้ว่ามันได้เปรียบเป็นเหมือนกับเกาะที่มันได้ลอยน้ำอยู่ที่มีขนาดย่อมลักษณะลำตัวของพวกมันมีความยาวเกือบครึ่งไมล์กันเลยทีเดียว ซึ่งในช่วงสมัยยุคโบราณนอกจากว่าชาวเรือนั้นจำต้องสิ่งที่จะต้องคอยระวังให้มากที่สุด

กะลาสีที่ได้อยู่ที่ด้านบนของเรือก็จะต้องมองหาฟองน้ำขนาดใหญ่ที่มันจะลอยขึ้นมาเพราะมันได้สัญลักษณ์ที่มันจะปรากฎตัวขึ้นมาใครลำเรือนั้นได้หนีไปไม่พ้นหนวดของพวกมันก็จะโพล่ขึ้นมาที่ด้านข้างของลำเรือ

และเข้าไปจับยึดของเสากระโดงเรือเอาไว้ในส่วนของเสาต่างๆเมื่อลำเรือนั้นมันได้หยุดนิ่งแล้วจากนั้นมันก็จะทำร้ายเรือแบ่งบอกให้เป็นชิ้นๆจากนั้นมันก็จะทำการจับเหล่าลูกเรือที่ว่ายน้ำอยู่มากินอย่างน่ากลัวแต่อย่างไรก็ตามทางการเรือเองก็จำเป็นที่จะตองระมัดระวังเพื่อจะไม่ให้พบเจอกับเจ้าสัตว์ประหลาดเหล่านี้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  9luckthai

เรื่องลับที่เกี่ยวกับ แมลงปอ และ จิ้งหรีด

แมลงปอช่วยควบคุมปริมาณยุง

สำหรับแมลงปอที่เป็นเพชรฆาตที่ได้มีสีสันที่สดใสที่มีความสามารถในการบินที่มีระดับความสูงมากถึงแม้ว่าปีนของเจ้าแมลงปอนั้นจะเป็นที่บางที่ปีนของแมลงปอนั้นก็ได้มีถึงสี่ปีนด้วยกันเพื่อเอาไว้ทำการบินเพื่อทำการหาเหยื่อไปเรื่อยๆอีกทั้งยังชอบออกบินหารับแสงในช่วงเวลาที่ได้มีแดดที่ร้อนมากๆ และ สำหรับแมลงปอนั้นจะถือได้ว่าเป็นตัวที่เพื่อปราบศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี

เพราะสำหรับอาหารของของเจ้าแมลงปอนั้นก็คือแมลงที่จะคอยสร้างความลำคานให้กับมนุษย์ที่แมลงหวี่แมลงวัน ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งยุง สำหรับแมลงปอนั้นจะกินเหล่าจำพวกลูกน้ำนั้นเป็นอาหารกินตั้งแต่พวกมันนั้นยังได้เป็นตัวอ่อนที่มีการอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ แล้วเมื่อลูกน้ำนั้นได้เติบโตเต็มไวและได้เป็นแมลงปอมันก็ยังมีนิสัยที่ชอบกินยุงเช่นกัน

เพราะฉะนั้นหากใครที่คุณที่ได้เห็นแมลงปอที่ไหนก็อย่าได้เข้าไปทำอันตรายมันเด็ดขาด ซึ่งมันจะช่วยในการกำจัดยุงเพื่อไม่ให้เติบโตเป็นยุงและเข้ามากัดเราได้

เสียงร้องของจิ้งหรีดนั้นสามารถบอกอุณหภูมิได้

จิ้งหรีดกับสัตว์เศรษฐกิจที่มันกำลังมาแรงที่มันได้เป็นแหล่งของโปรตีนในยุคใหม่ที่ได้มีการนำเพาะเสี้ยงกันอย่างจริงจัง สำหรับสัตว์อย่างจิ้งหรีดนั้นมันเป็นสัตว์ที่จะนอนในตอนกลางวัน และได้ใช้ชีวิตในตอนช่วงเวลาตอนกลางคืนและเสียงร้องของจิ้งหรีดนั้นก็ได้เกิดมาจากจิ้งหรีดตัวผู้นั้นได้นำเอาปีนที่คู่หน้าถูเข้ากับฟันซี่เล็กๆ ทั้งนี้ยังได้มีการถอดรหัสด้านของเสียงจิ้งหรีดที่มันได้ร้องอีกด้วยและในช่วงระยะในจังหวะที่มันได้แตกต่างกันซึ่งมันก็จะได้ให้จังหวะที่มันไม่เหมือนกันทั้งทางด้านของการสื่อสาร

ว่าจะต้องการที่จะหาคู่ต้องการที่จะผสมพันธุ์โมโหหรือมีอาการโกรธหรือได้มีการที่ได้เข้าไปกำหนดในส่วนของอาณาเขตหากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ100ปีก่อนก็ได้มีนักศึกษาที่ได้เข้ามาพบว่า สำหรับด้านของเสียงร้องของจิ้งหรีดนั้นมันสามารถที่จะบ่งบอกด้านของอุณหภูมิได้ ซึ่งมันจะมีสูตรว่าให้เรานั้นจงตั้งใจที่จะฟังเสียงของจิ้งหรีดร้อง

เมื่อเราได้ฟังแล้วก็ให้ควรนับจำนวนของเสียงร้องของจิ้งหรีดนั้นที่เราได้ยินในระยะเวลาเพียง14วินาทีและก็นำเอาเสียงร้องที่เรานั้นนับได้นำเอามาบวกกับ40จากนั้นเราก็จะได้อุณหภูมิของหน่วยองศาฟาเรนไฮต์และถ้าหากว่าเรานั้นต้องการที่จะนับให้เป็นหน่วยเซลเซียสก็ให้นับในจำนวนของการร้องประมาณ25วินาทีนำเอาไปหานสามจากนั้นก็บวกด้วยสี่จากนั้นเราก็จะได้เป็นองศาเซลเซียส

การกู้เงินของซัดดัม ฮุสเซนเพื่อมาทำสงครามกับประเทศอิหร่าน

ในการรบของประเทศอิรักและประเทศอิหร่านได้มีความยาวนานมาถึง8ปีจึทำให้ด้าน ซัดดัม ฮุสเซนก็ได้เริ่มมองหาหนทางในการเผด็จศึกโดยการใช้อาวุธชีวภาพที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเยรมันทางด้านตะวันตกเพราะในตอนนั้นทางประเทศเยรมันนั้นยังไม่ได้รวมเป็นประเทศเยรมันเดียวมีทั้งเยรมันตะวันออกและเยรมันทางตะวันตก

ส่งผลให้กองทัพอิหร่านประสบความสูญเสียจากอาวุธชีวภาพเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเมื่ออิหร่านได้ใช้คนจำนวนมากในยุทธวิธีคลื่นมนุษย์เมื่อได้เจออาวุธชีวภาพเข้าไปก้ได้ส่งผลในความสูญเสียอย่างหนักและในขณะเดียวกันทางด้านสหรัฐอเมริกา

ซึ่งในขณะนั้นก็ได้เป็นไม้เบื่อไม้เมาของประเทศอิหร่านอันเนื่องมาจากการบุกยึดสถานทูตสหรัฐอเมริกาของนักศึกษาอิหร่านในกรุงเตหะรานเมืองหลวงของประเทศอิหร่านก็ได้ให้การสนับสนุนประเทศอิรักในด้านต่างๆรวมทั้งภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงการคลื่นกำลังของประเทศอิหร่านส่วนฝรั่งเศษนั้นก็ได้ขายอาวุธมากกว่า2,500ล้านเหรียญสหารัฐให้กับอิรัก

แต่ก็จะดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอในการที่จะทำสงครามทางด้านซัดดัม ฮุสเซนก็ต้องไปกู้เงินจากกลุ่มประเทศอาหรับต่างๆเอามาเพื่อจะใช้ในการทำสงครามและหนึ่งในประเทศที่ยอมให้กู้เงินนั้นก็คือประเทศคูเวต ซึ่งได้ให้กู้เงินกว่า3ล้านเหรียญสหรัฐและประเทศคูเวตนั้นก็จะต้องเป็นเหยื่อของซัดดัม ฮุสเซนในอานาคต และในระหว่างนี้เองชาวเคิร์ด

ซึ่งได้เป็นชนชาวกลุ่มน้อยที่ได้อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิรักก็ได้ลุกขึ้นมาเพื่อการสนับสนุนของอิหร่านเพื่อหวังจะเปิดแนวรบด้านที่สองของประเทศอิรักจึงได้ทำให้ซัดดัม ฮุสเซนตัดสินใจตอบโต้ชาวเคิร์ดด้วยการโจมตีโดยก๊าซมัสตาร์ดและก๊าซประสาทส่งผลให้มีประชาผู้ที่บริสุทธิ์ในเมืองฮารัปปากว่า5,000คนได้เสียชีวิตลง

และยังได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ10,000คนซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่ของสภาพซากศพของผู้คนในเมืองเป็นเป็นจำนวนมากและในจำนวนนี้ได้มีทั้งเด็กและสตรีและคนสรารวมอยู่ด้วยในวันที่20สิงหาคม คริสตศักราช1988 ด้านองค์การสหประชาชาติก็สามารถได้เจรจาให้ประเทศอิรักและประเทศอิหร่านยุติการสู่รบลงได้ท่ามกลาความอ่อนล้าของทั้งสองประเทศ

ผลจากสงครามทำให้อิรักและอิหร่านต่างก็เป็นผู้พ่ายแพ้อย่างย่อยยับกันไปในทั้งคู่แต่ผู้นำของทั้งสองประเทศกับได้ผลรับที่แตกต่างกัน ซัดดัม ฮุสเซน ทำให้อิรักกลายเป็นหนีสินในประเทศอาหรับเป็นจำนวนมาก

เพื่อนำเอามาซื้ออาวุธยุทโธปรณ์ในการทำสงครามเขาได้กู้เงินนับล้านเหรียญ์สหรัฐจนกระทั่งมองไม่เห็นหนทางใดๆอิรักจะชำระหนี้สินนี้ได้อย่างไรในชั่วเวลา1อายุคนนอกจากนี้อิรักก็ยังต้องการจำนวนเงินอย่างมหาสารมาใช้ฟื้นฟูประเทศที่เกิดจากภัยสงคราม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

การเจรจาให้สงบศึกขอผู้ที่โกงเงินในประเทศ

Jean Claude Duvalier

 สำหรับจำนวนเงินที่เขาได้โกงคือ800ร้อยล้านดอนลาร์Jean Claude Duvalierได้รับการสืบทอดในตำแหน่งประธานาธิบดีมาจากพ่อของเขาJean Claude Duvalierซึ่งในตอนนั้นเขานั้นได้มีอายุแค่เพียง19ปีถึงได้ว่ามีประธานาธิบดีอายุน้อยมากที่สุดสำหรับในยุคนั้นเขาได้ดำเนินนโยบายและได้เข้าหาประเทศสหรัฐอเมริกามากขึ้น

ซึ่งมันก็ได้ต่างงไปจากในสมัยพ่อของเขาที่ได้มีปัญหากับอเมริกาแต่ทางด้านลูกของเขานั้นก็ได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราและได้ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยสำหรับในการแต่งงานของเขาก็ได้ใช้เงินในงบประมาณประเทศไปถึงประมาณ5ดอนลาร์สหรัฐในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็จะต้องทุกข์ทนกับความยากจนและได้นำไปสู่ความมรุ้ก็คือในการขับไล่พวกเขาจึงต้องทำให้เขานั้นจะต้องลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศษก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศเฮติอีกครั้ง

นายJean Claude Duvalierก็ได้ถูกตำรวจจับกุมและโดยดำเนินคดีในหลายข้อหาทั้งทุจริตคอรัปชั่นการละเมอสิทธิชนโดยกลุมมนุษย์สิทธิชนในหลายกลุ่มได้กล่าวหาว่าได้มีนักโทษทางการเมืองหลายคนได้ถูกทรมานในสมัยการปกครองของพ่อของเขาแต่อย่างไรก็ตามเขาก้ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วและในเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาและในที่สุดเขานั้นก็ได้เสียชีวิยลงอย่างสงบ

Slobodan Milosevic

สำหรับจำนวนเงินที่ได้โกงคือ1,000ล้านดอนลาร์เขาได้เกิดที่ประเทศเซอร์เบียในปี 1941ได้ศึกษาจบทางด้านกฏหมายจากมหาวิทยาลัยบิวเกลSlobodan Milosevicได้มีฐานะการงานที่มั่นคงก่อนที่ตัวของเขานั้นจะก้าวเข้าสู่วงการเมืองอย่างเป็นทางการเริ่มจากตำแหน่งผู้บริในบริษัทพลังงานแห่งชาติและธนาคารในแบวเกรดจึงทำให้เขาได้มีโอการที่จะได้เดินทางไปยังต่างประเทศอยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวการฝึกทัศษะภาษาอังกฤษในตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งเซอร์เบียและสหพันธรัฐยูโกสลาเวีย

และยังได้เป็นพรรคผู้นำทางสังคมนิยมเซอร์เบียSlobodan Milosevicก็ได้มีนโบายชาตินยมมากเป็นผู้นำชาวเซิฟที่ได้มุ่งมั่นสร้างชาติให้เซอร์เบียได้ยิ่งใหญ่โดยการรวมตัวของเซิฟในดินแดนต่างๆเข้ามาเป็นประเทศเดียวกันและก่อนที่เขานั้นจะได้รับตำแหน่งและได้มีหลายกระบวนการเคลื่อนไหวและกำลังที่จะพยายามที่จะแยกตัวออกไปเป็นเอกราชของสาธารณรัฐต่างๆSlobodan Milosevicก็ได้แก้ไขเรื่องราวเหล่านี้

ด้วยความรุนแรงโดยเฉพาะในการทำสงครามกับชาวบอสเนีย ซึ่งได้เป็นกลุ่มที่ใหญ่ของประเทศเพื่อยึดครองพื้นที่และดินแดนจากชาวมุสลิมจนในสถานะการได้บาลปลายได้มีผู้ที่สูญหายและเสียชีวิตมากกว่า2,5000คนและในประชาชนอีกประมาณ2ล้านคนกลายเป็นผู้อพยพที่พัดถิ่นสหประชาชาติจึงได้ร้องขอให้นาโต้ส่งกล้องกำลังทหารเข้าไปเพื่อกดดันให้มีการเจรจาสถานะการณ์สงบศึก

 

ขอขอบคุณเว็บ  bk8  ที่ให้การสนับสนุน

เส้นทางการลำเรียงขนสารตั้งต้นยาเสพติด

เส้นทางR3Aหรือถนนเศรษฐกิจที่ได้เชื่อมต่อกันระหว่างจีน ไทย ได้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ได้ถูกใช้เพื่อลำเรียงยาเสพติดมาจากเมืองจีนและได้เข้าสู่เมืองอำเภอเชียงของ ของในจังหวัดเชียงรายและในขณะที่ถนนของR3B มักจะถูกใช้เป็นเส้นทางในการลำเรียงขนยาเสพติดจากที่เมืองจิ่งหงเมืองลาของประเทศเมียนมาร์ได้เข้าสู่เมืองเชียงตุงและได้เข้าสู่อำเภอแม่สายในจังหวัเชียงรายและเมื่อได้ถูกสกันกั้นจึงได้เปลี่ยนไปใช้เส้นทางพย้าของเมียนมาร์ได้เข้าไปยังบ้านเชียงกบของประเทศลาวต่อไปยันด่านเมืองสิงห์เข้าสู่หลวงพระบางเวียงจันทน์

และได้วนกลับเข้าสู่ประเทศไทยที่จังหวัดหนองคลาย เลย และ บึงกาฬ แทน ซึ่งมันจะเป็นทางจะถือว่ามันเปนเส้นทางหลักหรือไม่มันก็ยังไม่ใช่เพราะว่าในการที่จะลำเรียงยาเสพติดแต่อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายซึ่งของทั้งสองฝ่านนั้นมักจะรู้ดีและผู้ที่จะลำเรียงขนยาเสพติดนั้นก็รู้ผู้ที่จะเตรียมจับกุมของทางฝ่ายรัฐบาลเองนั้นก็รู้เพราะฉะนั้นในการที่จะลำเรียงบนถนนจะมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากเพราะฉะนั้นในเส้นทางที่จะใช้เป็นทางเลือกก็คือแม่น้ำโขงซึ่งมันก็จะไหลมากจากเชียงรุ่งลงเข้าไปสู่ที่เชียงแสนของเราและก็ไปสุดเขตที่อำเภอเวียงแก่นของจังหวัดเชียงราย

ซึ่งตรงนั้นได้เป็นเขตน้ำโขงตอนบนและหลังจากนั้นเขาก็จะโอ้มไปเข้าที่ประเทศลาวและก็จะไปเข้าที่ประเทศไทยอีกหนึ่งที่ในแถบทางภาคอีสานและสะพานที่ได้เห็นอยู่นั้นมันคือสะพานเชียงลาบซึ่งมันกำลังอยู่ในระหว่างของการก่อสร้างมันเป็นสพานที่จะเชื่อมกันระหว่างทางฝั่งประเทศลาวและประเทศพม่ายังได้มีความวิตกกังวนว่าถ้าหากว่าสะพานแห่งนี้แล้วเสร็จขบวนการการค้ายาเสพติดก็อาจที่จะใช้เส้นทางเหล่านี้แหละขนลำเรียงนำเอายาเสพติดเข้ามาเพื่อที่จะส่งไปตามประเทศที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงเหตุผลที่ต่างหลายฝ่ายได้วิตกกังวนเพราะในด้านเครือข่ายของยาเสพติดนั้น

สามารถที่จะลำเรียงจากแหล่งการผลิตที่เมียนมาร์ไปยังประเทศลาวเพื่อที่จะนำเอาเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคอีสานโดยที่เฉพาะหนองคาย เลย และ บึงกาฬ เพื่อที่จะได้ผ่านไปยังสะพานเชียงลาบเพื่อให้มันได้สะดวกมากยิ่งขึ้นหรือด้วยวิธีการที่จะขนส่งยาเสพติดด้วยรถยนต์และได้การขนถ่ายสารเสพติดยาตั้งต้นจากทางกัมพูชาผ่านประเทศลาวเข้าสู่แหล่งผลิตมันก็อาจจะทำให้สะดวกมายิ่งขึ้นของการที่จะขนสารตั้งต้นนี้ได้มากยิ่งขึ้น

4สถานที่ที่ได้มีการทำการทดลองยิงนิวเคลียร์ในอดีต

สถานีทดลองหลัก สหภาพโซเวียต เซมี คาซัคสถาน

เรามาอีกฝาคหนึ่งของสงครามเย็นกันบ้างนี่คือสถานีทดลองของโซเวียตได้มีการปิดเมืองที่จะเอาไว้ใช้ทำในการทดลองยิงขีปนาวุธโดยเฉพาะทั้งหมด154ครั้งในช่วงปี คศ1949ถึง1989และยังรวมไปถึงการทดลองในใต้ดินประมาณ240ครั้งและในชั้นบรรยากาศอีก116ครั้งรวมๆแล้วเทียบแรงระเบิดรวมแล้วมากกว่าที่ ฮิโรชิม่าประมาณ2500ลูกในปัจจุบันหลุมนิวเคลียร์ที่อยู่ในแทบนี้ได้โดยน้ำท้วมขังไปบ้างแล้ว

เกาะNovaya Zemlya รัสเซีย

Novaya Zemlya เป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกลออกไปในมหาสมุทรอาร์กติกที่อยู่ในทางตอนเหนือของรัสเซียได้ดูเป็นที่รกร้างดูไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยนั่นมันก็แปลว่ามันได้เหมาะสมแก่การทดลองนิวเคลียร์เป็นอย่างยิ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี คศ1954 ได้มีการทดลองนิวเคลียร์ไปประมาณ224ครั้งหนึ่งในนั้นได้เป็นระเบิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกได้มีความรุนแรงขนาด57เมกะตันได้รุนแรงกว่าระเบิดที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิอยู่หลายเท่าในปัจจุบันในหมู่เกาะแห่งนี้ก็ได้ถูกใช้ให้เป็นกองทัพของทหารอีกทั้งยังได้มีเรือสำราณอีกหลายลำยังได้ล่องผ่านทางตอนใต้ของหมู่เกาะแห่งนี้ด้วย

มาราลินกา ใน ออสเตรเลีย

มาราลินกาเป็นพื้นที่ที่ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลียได้ใช้ให้เป็นที่ทดลองนิวเคลียร์ในการทดลองของประเทศอังกฤษในช่วงปี คศ1950 เนื่องจากประเทศอังกฤษนั้นไม่มีพื้นที่ที่จะทำการทดลองนี้ได้ก็ได้โยกย้ายมาทำที่ประเทศออสเตรเลียที่ได้มีพื้นที่นั้นเยอะและกว้างมากพอซึ่งในขณะตอนนั้นก็ยังมีชาวพื้นเมืองอะบอริจินอาศัยอยู่ทางการจึงได้ทำการแก้ไขและได้โยคย้านถิ่นฐานออกไปโดยทั้งหมดหลังจากที่การทดลองจะต้องใช้เวลานานมากและต้องใช้ระยะเวลาปี คศ2000 ทางการจึงได้ประกาศให้พื้นที่แห่งนี้ปลอดภัยแต่ว่าชาวพื้นเมืองอะบอริจินที่ได้โยคย้ายถิ่นฐานออกไปก็ยังไม่ได้รับอนุญาติที่จะให้เข้าไปใช้ชีวิตในถิ่นฐานที่นั่นอีก

โปขราณ อินเดีย

ประเทศอินเดียนั้นก้ได้เริ่มมีการทำยิงนิวเคลียรย์ทดลองในปี คศ1960 ที่กำลังได้มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านทั้งประเทศจีน และ ประเทศปากีสถาน โดยได้มาทำการทดลองในที่โปขราณพื้นที่ทะเลทรายในแคว้นราชาสถานได้มีประชากรอาศัยอยู่ราวประมาณ50คนจากนั้นทางการรัฐบาลอินเดียยังได้ออกมาประกาสว่าเป็นการทำการทดลองปรมาณูเพื่อสันติอย่างเดียวเท่านั้นแม่ว่าในการทำการทดลองจะไม่ได้ผลรับที่ทางการประเทศอินเดียพอใจสักเท่าไรแต่ถึงในปัจจุบันในพื้นที่ที่ทำได้การทดลองโดยบริเวณนี้ก็ยังได้มีการคลุมเข้มอยู่รวมไปถึงในการปิดบังข้อมูลเรื่องที่ชาวบ้านนั้นในรับผลกระทบการทำการทดลองนี้ด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย next88