เรื่องราวความเป็นมาของวัดพระพุทธฉาย สระบุรี

ประวัติพระพุทธฉายหลายคนคงเคยได้ยินชื่อวัดพระพุทธฉายซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของสระบุรีอีก 1 แหล่งซึ่งมีประเพณีจัดขึ้นที่ยิ่งใหญ่คือประเพณีข้าวโยนหรือข้าวต้มโยน

พระพุทธฉายมีประวัติที่เล่าขานสืบต่อกันมาอย่างยาวนานพระพุทธฉายได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีลิงเยอะมากใครที่อยากให้อาหารลิงก็ไปที่พุทธฉายก็จะได้ให้อาหารลิงจะได้ให้อาหารสัตว์ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่พระวิหารบุพพารามในนครสุวรรณภูมิได้ประทานอุปสมบทพระบินโทรศัพท์ให้เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาและได้มอบให้พระโมคคัลลาไปปฏิบัติสมณธรรมจนกว่าจะได้สำเร็จมรรคผลพระโมคคัลลา

ได้นำพาไปปฏิบัติสมณธรรมในชมพูทวีปหลายแห่งก็ไม่สามารถบรรลุมรรคผลจึงได้มาปฏิบัติสมณธรรมในปัจจันตชนบทโดยกำหนดเอาประเทศสุวรรณภูมิหรือประเทศไทยในปัจจุบันณภูเขาทาดะอันเป็นที่อาศัยของนายพรานฆาฎกะบริวารจึงได้สำเร็จเป็นมรรคผลเป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนาพระโมคคัลลาทราบถึงพฤติกรรมของนายพรานฆาฏกะะกับบริวารว่าเป็นผู้มีสันดานหยาบช้า

โหดร้ายทารุณมีอาชีพชอบล่าสัตว์พระโมคคัลลาได้แสดงปาฏิหาริย์หลายประการเพื่อจะยังสันดานของนายพรานฆาฎกะให้เลื่อมใสแต่ก็ไม่สำเร็จต่อเมื่อได้กลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วกราบทูลเรื่องราวให้ทรงทราบพุทธเจ้าจึงเสด็จมาโปรดและได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์หลายอย่างหลายประการ

ด้วยการทำให้นายพรานฆาตกรรมได้ละทิฐิมานะสันดานหยาบช้าจนในที่สุดได้มีศรัทธาเลื่อมใสถึงกับทูลขออุปสมบทในพระบรมศาสดาและพระพุทธเจ้าได้สั่งสอนให้ปฏิบัติสมณธรรมได้สำเร็จพระอรหันต์เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนาเมื่อบรมศาสดาจะเสด็จกลับบุพพารามภิกษุประกาศได้ทูลขอติดตามพระองค์ได้ทรงห้ามไว้

เพื่อให้ช่วยประกาศพระศาสนาพระทากะได้ทูลขอสิ่งที่เคารพสักการะพระองค์จึงได้ทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้เงาของพระองค์ติดไว้ณเมืองภูเขาแห่งนี้และได้ประทับรอยพระบาทติดไว้บนยอดภูเขาแห่งนี้จึงทำให้เป็นที่มาของเขาวัดพระพุทธฉายมีรอยพระพุทธบาทและมีเงาของพระพุทธเจ้าอยู่ด้านผนังของภูเขาแห่งนี้และเป็นที่เคารพศรัทธาของพี่น้องประชาชนสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันเป็นไงครับประวัติคร่าวๆที่มาของเงาพุทธเจ้าและรอยพระพุทธบาท

พระโมคคัลลาได้เสด็จมาเผยแพร่ศาสนาที่ประเทศไทยและได้มาพบกับนายพรานจอมเกเรและได้อบรมสั่งสอนให้นายพรานจอมเกเรกับเนื้อกับตัวก็ไม่สำเร็จจึงไปทูลให้พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดและอบรมสั่งสอนจนในพานได้กลับเนื้อกลับตัวและได้ทิ้งอนุสรณ์สถานเป็นเงาพุทธเจ้าและรอยพุทธบาทไว้เป็นที่ระลึกที่เขาพระพุทธฉายแห่งนี้ต่อมาเรียกว่าวัดพระพุทธฉาย

ซึ่งปัจจุบันวัดพระพุทธฉายเนี่ยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเพราะว่ามีพี่น้องประชาชนหลายคนชอบเดินขึ้นและเดินลงเพราะว่าถือว่าเป็นการออกกำลังกายในตัวมีบันไดมากกว่าร้อยกว่าขั้นเหมาะแก่การเดินออกกำลังกายช่วงเย็นแล้วก็ไม่แบ่งให้อาหารของลิงสัตว์ป่าบริเวณนั้นพระพุทธฉายตั้งอยู่ในตำบลพระพุทธฉายอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรีมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสามารถมองได้ 360 องศาใครที่ต้องการเก็บภาพสวยๆหรือบรรยากาศ

โดยรอบของอำเภอเมืองสระบุรีก็เชิญมาที่เขาพระพุทธฉายวัดพุทธฉายได้อยู่ใกล้ๆกับ ถนนมอเตอร์เวย์เส้นสระบุรีโคราชหากออกมาจากถนนประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงวัดพระพุทธฉายบริเวณวัดพุทธฉายก็จะมีของจำหน่ายเป็นที่ระลึกอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นอาหารของเล่นของใช้

ซึ่งทำจากชาวบ้านชาวบ้านนำมาขายเองเพื่อยังชีพเพราะฉะนั้นแล้วเรียกว่า OTOP สินค้า OTOP อย่าลืมนะครับมาเที่ยววัดพุทธฉายกันได้จะได้พบกับความอัศจรรย์เกี่ยวกับเงาของพุทธเจ้าและรอยพุทธบาทเอาไว้โอกาสหน้าผมจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ให้ทราบอีกนะครับ

 

สนับสนุนโดย.  หวยดี

Phoenix เรื่องเล่าสัตว์ในตำนาน

     หากพูดถึงเรื่องของนกฟีนิกซ์เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะนกชนิดนี้มีตำนานเล่าขานต่อๆกันมามากมายหลาย Phoenix เรื่องเล่าสัตว์ใน ตำนานเลยทีเดียวและคนรุ่นใหม่อาจจะรู้จักนกฟีนิกซ์นี้ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ชื่อดังอย่าง Harry Potter เนื่องจากว่าเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ในหลายตอนอีกด้วย

       สำหรับนกชนิดนี้นั้นเป็นสัตว์ที่มีความพิเศษเรียกได้ว่าเป็นเทพปกรณัมที่ได้รับความเคารพนับถือเป็นอย่างมากเป็นสัตว์ในตำนานที่ว่ากันว่ามีการปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในหลายประเทศและในหลายวัฒนธรรมซึ่งถ้าหากไปศึกษาข้อมูลให้ดีจะเห็นว่าแต่ละวัฒนธรรมนั้นมีความแตกต่างกันและมีความคล้ายคลึงกันบางรายละเอียดนั่นเอง 

      อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันบ้างแต่สิ่งที่คล้ายคลึงกันมากที่สุดเกี่ยวกับนกฟีนิกซ์นั้นก็คือนกชนิดนี้ว่ากันว่าเป็นนกที่เป็นอมตะและไม่สามารถที่จะตายได้เมื่อใดก็ตามที่มันถึงช่วงเวลาที่มันจะต้องตายมันจะจุดไฟเผาตัวมันเองหลังจากนั้นมันก็จะสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้เรียกว่านี่คือคุณสมบัติโดดเด่นของนกฟินิกซ์เลยทีเดียว 

     ในบางวัฒนธรรมจะมีการเรียกเป็นชื่ออื่นก็ตามเรื่องราวของอียิปต์โบราณคัมภีร์แห่งเวทมนต์เล่มหนึ่งที่ชื่อว่า Book of dead ที่กล่าวถึงนกยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายนกฟีนิกซ์   

       สำหรับเรื่องราวของนกฟีนิกซ์นะมีการพูดถึงตั้งแต่ในสมัยโบราณทั้งในเรื่องของอียิปต์และของกรีกโบราณเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามหากพูดถึงวัฒนธรรมของชาวอียิปต์แล้วได้มีการพูดถึงนกชนิดนี้ว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และแน่นอนว่าจะต้องมีความเกี่ยวพันกับเทพเจ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทพเจ้าแห่งไฟ

        โดยมีการเล่าขานกันถึงนกชนิดนี้ว่าขนของมันนั้นมีลักษณะคล้ายกับเปลวไฟและเมื่อใดก็ตามที่มันหมดอายุขัยลงมันจะสามารถกลับมาได้ใหม่โดยไม่ได้เป็นลักษณะของตายแล้วเกิดใหม่แต่มันจะฟื้นคืนชีพด้วยตัวของมันเองนั่นก็คือมันจะต้องทำการบินไปยังมหานคร harris หลังจากนั้นก็ทำการจุดประกาศเริ่มต้นของชีวิตใหม่ขึ้นมา 

          ในฝั่งของทางกรีกโบราณนั้นมีการพูดถึงนกวิเศษนี้ด้วยเช่นเดียวกันโดยกล่าวว่านกฟีนิกซ์นั้นเป็นนกชนิดหนึ่งที่มีอายุมากกว่า 500 ปีมาแล้วและผู้คนมักจะสามารถติดตามเรื่องราวของนกชนิดนี้ได้จากวรรณกรรมของกรีกโบราณที่ชื่อว่า account Of Egypt

        อย่างไรก็ตามเรามักจะเห็นวรรณกรรมของยุโรปหลายเรื่องที่มีเรื่องเล่าขานพูดถึงนกฟีนิกซ์ ซึ่งมีข้อมูลแพร่หลายในวัฒนธรรมต่างๆโดยมีการเรียกชื่อที่แตกต่างกันไปและยังเป็นเรื่องราวตามความเชื่อของแต่ละบริบทกันอย่างเช่นหงษ์ไฟหรือเฟิ่งหวง นกในเทพของจีนเป็นต้น 

 

สนับสนุนโดย.  หวยดี

ประเพณีการฉลองปีใหม่ที่แปลกประหลาด 

        เยอรมันดูทีวีเรื่องเดิม

      ตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมาทุกๆเที่ยงคืนในช่วงวันสิ้นปีชาวเยอรมันมักจะดูรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อว่า Dinner for One ที่แสดงนำโดยนักแสดงชาวอังกฤษเป็นเรื่องตลกของคุณนาย โซฟี วัย 90 ปีกับพ่อบ้านโดยคุณนายต้องนั่งฉลองปีใหม่คนเดียวเพราะเพื่อนๆรุ่นเดียวกันต่างก็ลาโลกกันไปหมดแล้วซึ่งก็ไม่มีใครรู้แน่ชัดนะครับว่าที่มาของประเพณีนี้นั้นเป็นอย่างไรแต่อย่างไรก็ตามประเพณีการดูรายการทีวีเรื่องเดิมซ้ำๆกันในทุกๆปีก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในค่ำคืนนี้ช่วยในงานเลี้ยงนั้นครอบครัวจะรับประทานอาหารกันพร้อมหน้าและจะเหลือเศษอาหารไว้นิดหน่อยเพื่อเป็นเคล็ดถึงความสมบูรณ์พูนสุขในปีหน้า 

    ไอร์แลนด์คืนพิเศษของสาวโสด

         การให้เกียรติผู้ตายในประเพณีปีใหม่ของชาวไอริส ซึ่งมักจะเพิ่มจานพิเศษและวางไว้ที่โต๊ะอาหารค่ำในวันส่งท้ายปีเก่า  นอกจากนี้ขึ้นวันปีใหม่เพื่อเสมือนค่ำคืนพิเศษของสาวโสดในประเทศไอแลนด์ เพราะเชื่อกันว่าการวางใบมิสซันโทไว้ใต้หมอนจะช่วยให้พวกเขาฝันถึงบุคคลที่จะได้แต่งงานกันในอนาคต นอกจากนั้นยังเชื่อว่าใบ มิสซันโทจะช่วยขจัดความโชคร้ายต่างๆให้อีกด้วย

   ญี่ปุ่นตีระฆัง 108 ครั้ง

         ในประเทศญี่ปุ่นมีอีกหนึ่งความเชื่อที่ผู้คนปฏิบัติต่อๆกันมาแบบยาวนานคือประเพณี โจยะ โนะ คาเนะ คือเป็นการตีระฆังจำนวน 108 ครั้งในช่วงเวลา เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ตามธรรมเนียมแล้วการเดินทางนั้นหมายถึงการละเลิกกิเลสออกไปจากจิตใจของมนุษย์ไม่ให้ลุ่มหลงไปกับความสุขทางโลกชาวญี่ปุ่นจึงนิยมใช้ช่วงเวลาเข้าสู่คืนข้ามปีด้วยการฟังเสียงระฆังยามค่ำคืนเพื่อต้อนรับปีใหม่ที่ดีมีสดใสแบบมีสติ 

 Greece ซ่อนเหรียญไว้ในเค้ก 

      ในช่วงเวลาเที่ยงคืนของวันสิ้นปีตามธรรมเนียมของ Greece นั้นจะนิยมรับประทาน  Vasilopita เค้กที่มีรสหวานคล้ายขนมปังที่ทำขึ้นสำหรับปางที่ทำขึ้นสำหรับปีใหม่เท่านั้นและก็จะรับประทานกันเฉพาะในวันปีใหม่เท่านั้นเช่นกันแต่ที่แปลกก็คือจะมีการซ่อนของเล็กๆเช่น เหรียญ เอาไว้ในเค้ก

และเชื่อกันว่าใครก็ตามที่ได้เค้กส่วนนั้นไปก็จะพบกับความโชคดีตลอดทั้งปีและการจัดเค้กก็มีธรรมเนียมปฏิบัติโดยจะต้องตัดเค้กออกเป็น 2 ชิ้นทำการข้ามเพื่อนำโชคและผ่อนมาสู่บ้านแล้วจึงค่อยตัดแบ่งเค้กออกเป็นชิ้นให้กับผู้ที่มีอายุเยอะมากที่สุดในบ้านได้จนถึงสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดและเมื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้รับเค้กเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องมาลุ้นกันว่าเคสของใครจะมีเหรียญซ่อนอยู่ 

 

สนับสนุนโดย.  3 ตัว บาทละ 1000

ตำนานประวัติศาสตร์ของจิ๋นซี

ในช่วงชีวิตของกษัตริย์ราชวงศ์จิ๋นซีในช่วงตอนนั้นเขาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ของจีนที่ไม่มีใครที่จะสามารถที่จะทำได้เหมือนเขาเลยนั่นก็คือเขาได้ทำการรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นแผ่นเดียวและก็ไม่เคยที่จะแพ้สงครามให้กับใครเลย

เพราะฉะนั้นแล้วความยิ่งใหญ่ในราชวงศ์จิ๋นซีในช่วงตอนนั้นถือว่ายิ่งใหญ่และถือว่าได้โด่งดังไปทั่วโลกเลยเขาเลยจะต้องจัดสร้างหลุมศพตัวเองที่มีขนาดใหญ่มากๆพอที่จะเทียบเท่ากับชื่อเสียงของเขาได้แต่ในตอนนั้นทางทีมวิศวของจีนเขาเลือกที่จะไม่สร้างให้เป็นหลุมศพเพราะเขาดุว่ามันดูเล็กและมันดูไม่ยิ่งใหญ่พอเขาเลยได้ตัดสินใจสร้างเป็นอนุสรณ์สถานบุรษุพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีนแทน

ซึ่งตรงจุดนี้แล้วเราจะต้องแยกแยะก่อนคำว่าหลุมศพกับอนุสรณ์สถานมันต่างกัน คำว่าหลุมศพมันเป็นเพียงแค่สถานที่เอาไว้ฝังศพเพียงเท่านั้นแต่ถ้าเป็นอนุสรณ์สถานเราจะพูดให้ได้เห็นภาพกันง่ายๆก็เทียบในทัชมาฮาลในยุคปัจจุบันที่มีความยิ่งใหญ่และได้มีความสวยงามมากกว่าหลุมศพทั่วไปนั่นเอง

นอกจากนี้ในแนวคิดของการสร้างอนุสรณ์สถานจุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากราชวงศ์จิ๋นซีแต่การสร้างอนุสรณ์สถานให้กับจีนในสมัยก่อนมันเคยมีมาแล้วและมันเคยมีหลักฐานในหน้าประวัติศาสตร์เอาไว้ด้วย

ตามข้อมูลที่เราได้ไปหามาเขาได้บันทึกเอาไว้ว่าจากหลักฐานที่ค้นพบปกติหลุมศพของจีนสมัยยุคโบราณจะมีลักษณะที่เป็นหลุมลึกๆที่มีรูปแบบและลักษณะโรคงสร้างที่ไม่ยากแลสามารถทำได้ง่ายทั่วไปอย่างง่ายๆแต่

เมื่อปี1977ทีมนักโบราณคดีของประเทศจีนได้ขุดค้นพบสุสานของขุนนางท่านหนึ่งที่ได้มีชื่อว่า “ เซิง เฮ่า ยี่  “โดยจากการตรวจสอบอายุของหลุมศพตรงนี้เขาได้คาดการณ์กันว่ามีอายุราวๆ200ปีก่อนที่จะมีจักรพรรดิองค์แรกและนั่นก็อาจจะแปลว่าหลุมศพนี้ได้มีมาก่อนที่จะมีประวัติศาสตร์ของราชวงศ์จิ๋นซีนั่นเองและยังได้พบอีกว่าหลุมศพนี้ได้มีความแปลกกว่าหลุมศพอื่นๆนั่นก็คือ

หลุมศพนี้เป็นหลุมศพที่เหมือนกับปราสาทใต้ดินเลยโดยลายละในการค้นพบของหลุมศพนี้ตามข้อมุลของยังได้บอกเอาไว้อีกว่าบริเวณด้านในได้ถูกตกแบ่งออกเป็นห้องๆมีทั้งห้องนอนห้องน้ำและห้องอื่นๆที่ได้มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตและจะมีอยู่อีกหนึ่งห้องนั่นก็คือห้องที่ได้เอาไว้ฝังโลงศพแต่ทุกๆห้องนั้นจะมีการเจาะรูเอาไว้และในตามความเชื่อแล้วการตายไม่มันไม่ใช่จุดจบแต่การตายเป็นการเริ่มต้นใหม่และวิญญาณต้องมีอยู่จริงเขาเลยต้องเจาะรูเพื่อให้วิญญาณได้ออกไปใช้ชีวิตตามห้องต่างๆที่เขาได้เตรียมเอาไว้และสามารถใช้ข้าวของเครื่องใช้ในนั้นได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  dewabet

เรื่องเล่าของในป่าทึบในหุบเขา

ทิวเขาที่ยาวทั้งสองลูกทอดเป็นแนวเดียวกันกับขอบฟ้ามองดูไกลๆเหมือนว่าจะเป็นลูกเดียวกันแต่เมื่อเรามองดูไกลๆก็จะเห็นว่ามันหลืบกันอยู่พอให้มีช่องทางที่จะลัดเลาะไปทางด้านหลังยามเช้าและเย็นมักจะมีเมฆหมอกลอยคออยู่บนยอดเขานั้นในวันที่มีฝนหมอกเมฆจะปกคุมจนมิดจนทำให้ส่วนล่างเขียวคื้มเข้นจนเกือบดำห่าวงออกมาจากราบเนินของตีนเขามีลำธานสองสายไหลลัดเลาะลงสู่ที่ราบลุ่มป่าทึบ

ถูดถางเป็นทางออกสลับกับกระท่อมที่อยู่หลายหลังได้กระจัดกระจายอยู่ในหมู่ไม้ชาวบ้านได้อพยพเข้ามาถางทำไร่ปลูกมันมาได้เกือบจะสิบปีแล้วเพราะดินดีน้ำดีจึงได้ทำให้พืชผลงอกงามอุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นมันข้างโพดข้าวไร้และถั่วเหลืองปัญหาของหมู่หัวหัวดงไม่ได้อยู่ที่ความแห้งแร้งแต่หากว่าอยู่ที่น้ำท่วมมากกว่าพอลำธานทั้งสองสายไม่เคยขาดน้ำไม่ว่าที่อื่นจะแร้งสักแค่ไหน

ที่นี่ก็จะมีน้ำไหลรินพอให้ได้อาบได้กินและลดพืชพักได้ทุกวันแต่สภาพพื้นที่ราบลุ่มเชิงเขาใหญ่ยามฝนตกน้ำจะทลักลงมาราวกับว่าเขื่อนพังแรกๆได้มีคนตายกันเกือบจะทุกปีบ้านทั้งบ้านได้หายไปในน้ำในชั่วพริบตาเมื่อรู้ถึงภัยของสายน้ำชาวบ้านก็เลยขยับขึ้นไปปลูกบนที่สูงขึ้นไปอีกแม้จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหลากแต่ก็ต้องออกแรงตักน้ำเอามาใช้เรื่องน้ำเป็นปัญหาทางธรรมชาติ

แต่เนื่องจากบริเวณนี้เป็นป่าดิบดงทึบมาก่อนเมื่อชาวบ้านมาถางจึงต้องมีปัญหากับกรมป่าไม้จนกระทั่งทุกวันนี้ปัญหาก็ยังไม่จบสิ้นวันดีคืนร้ายเจ้าหน้าที่ก็จะมาไล่จับข้อหาบุกรุษป่าสงวนแห่งชาติแม้จะมีคนโดนปรับโดยจับและติดคุกบ้างที่เหลือก็หลบๆซ้อนๆคอยหลบกรมป่าไม้ถึงอย่างไรทุกคนก็ยังอยู่นอกจากไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนแล้ว

ตรงนี้ได้เป็นทำเลเหมาะดินดีน้ำดีการคมนาคมสะดวกมาทางเกวียนผ่านหน้าแร้งนรถจิบเข้ามาได้เมื่อผ่านเหลี่ยนเขาที่วางซ้อนกันอยู่ยังมีเส้นทางเกวียนได้ลัดเลาะเข้าไปอีกไกลจนกระทั่งเส้นทางได้ลบเลือนจนกลายมาเป็นทางป่า

และมีความรกที่ไม่อาจจะเข้าไปได้ในช่วงหน้าฝนเบี้ยงหลังมีเขาสีเสียดกับเขาลูกช้างเป็นป่าทึบผืนใหญ่ที่ยังไม่มีใครที่จะสำรวจมันได้ทั่วพื้นที่สลับซับซ้อนมีโตกผาถ้ำน้อยใหญ่น้ำตกและลำธานอยู่หลายสายทั้งที่ราบและเนินสูงมีไม้ใหญ่น้อยที่มีค่ามากมาย

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย  dewabet

ย้อนรอยตำนานพระนางเรือล่มโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า

หากพูดถึงพระนางเรือล่มเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดีโดยเฉพาะชาวจังหวัดนนทบุรีเนื่องจากว่าเหตุการณ์เรือล่มในครั้งนั้นเกิดที่อำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรีเองซึ่งฐานทางประวัติศาสตร์ยังมีให้เห็นจนถึงปัจจุบันนี้โดยมีซากเรือที่ถูกกูขึ้นมาไว้ที่วัดกู้ตรงอำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี

     ตามตำนานของพระนางเรือล่มนั้นว่ากันว่าพระองค์เป็นพระมเหสีของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โดยเหตุการณ์เศร้าสลดในครั้งนั้นเกิดขึ้นมาจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ทรงจะเสด็จ เดินทางไปที่พระราชวังบางปะอินซึ่งการเสด็จในครั้งนี้นอกจากพระองค์จะทรงเสด็จไปพร้อมกับพระราชธิดาแล้วยังมีเรือของพระพันปีหลวงและเรือนางในอีกหลายลำที่ตามเสด็จมาด้วยซึ่งในช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ทรงเสด็จไปที่พระราชวังบางปะอินนั้นในขณะนั้นพระองค์ทรงพระครรภ์อยู่ด้วยอายุครรภ์อยู่ที่ประมาณ 5 เดือน

และระหว่างที่นายเรือกำลังพายเรือมาตรงบริเวณตำบลบ้านพูดเรือหลวงของพระพันปีหลวงพ่อได้ปลายามที่จะพายแสงขึ้นมาด้านบนซึ่ง ลักษณะของการพายเรือแซงกันนั้นทำให้ท้ายเรือไปชนกันและฝีพายที่รับหน้าที่พายเรือของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์นั้นมีอาการเมาสุราจึงไม่สามารถที่จะควบคุมหางเรือให้คงที่ได้เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุเรือล่มในแม่น้ำ

ซึ่งในขณะนั้นพระองค์ทรงว่ายน้ำได้แต่เนื่องจากเห็นว่าพระธิดาของพระองค์อยู่ในอันตรายกำลังจะจมน้ำจึงได้ว่ายน้ำกลับไปเพื่อช่วยเหลือพระธิดาจึงเป็นสาเหตุให้พระองค์และพระราชธิดาเสด็จสวรรคตพร้อมกันสร้างความเศร้าโศกให้รัชกาลที่ 5 และประชาชนทุกคนเป็นจำนวนมาก

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจมีเสียงเล่าลือออกมาว่าเกิดจากความตั้งใจที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุเนื่องด้วยนอกจากพระนางจะเสียชีวิตไปพร้อมกับพระราชธิดาแล้วยังมีในครรภ์ของพระองค์อีกหนึ่งองค์ที่ต้องเสียชีวิตตามไปด้วยมีการเล่ากันว่าตอนที่พระนางกำลังจะจมน้ำนั้นไม่มีทหารคนใดลงไปช่วยเหลือพระนางเลยเนื่องจากว่ามีกฎห้ามให้ใครถูกเนื้อต้องตัวพระมเหสีดังนั้นทุกคนจึงกลัวการโดนตัดหัวจึงทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะลงไปช่วยพระนางจนทำให้พระนางถึงแก่ความตายเหตุการณ์ในครั้งนี้

กว่าที่จะมีการกู้ซากเรือขึ้นมาและหาร่างของพระนางเจอนั้นต้องใช้ระยะเวลาเป็นอย่างมากโดยมีการพบศพของพระนางอยู่ใต้ของเรือใต้น้ำในสภาพศพพระนางกำลังกอดพระราชธิดาอยู่ในอ้อมอกและเสียชีวิตไปพร้อมกันเป็นภาพที่สร้างความเศร้าสะเทือนใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นจำนวนมากหลังจากที่กู้ซากเรือและนำพระศพขึ้นมาได้จึงมีการเรียกว่าที่นำพระศพของพระนางขึ้นมาว่าวัดกู้และจึงเป็นที่มาของตำนานพระนางเรือล่ม

ตำนานราชาไมดาสผู้ที่สัมผัสอะไรก็เป็นทองคำ

  ที่นครไฟร์เกีย มีกษัตริย์ที่ปกครองเมื่องชื่อว่า ราชาไมดาส ซึ่งเขาไปคนที่ชอบทองเป็นชีวิตจิตใจ อยู่มาวันหนึ่งเขาได้เดินไปทางแม่นำซานการิอัส แล้วได้พบกับชายคนหนึ่งถูกมัดมือมัดเท้า เขาจึงได้ช่วยเหลือชายคนนั้น และพามารักษาตัวอยู่ที่พระราชวังของเขา จนชายคนดังกล่าวหายดี  ซึ่งต่อมาจึงได้ทราบว่าชายคนดังกล่าวที่ราชาไมดาสได้ช่วยเหลือนั้น คือ ไซเลนนัส ซึ่งเขาถือว่าเป็นเพื่อนสนิทของเทพเจ้าแห่งไวน์ และเป็นเทพเจ้าแห่งการเฉลิมฉลอง

นั้นก็คือ เทพเจ้าไดโอนีซุส ซึ่งทำให้เขาได้รับพรจากเทพเจ้าไดโอนีซุสว่าสามารถขออะไรก็ได้ 1 อย่าง เพื่อเป็นการตอบแทนกับความดีที่ราชาไมดาสได้ช่วยเหลือ  ไซเลนนัส เอาไว้ และด้วยความโลภของเขา ดังนั้น ราชาไมดาส จึงได้ขอพรเทพเจ้าไดโอนีซุส ว่า ขอให้เขาจับอะไรก็ได้ไม่ว่าทุกสิ่งที่เขาจับนั้นจะเป็นอะไรก็ต้องไปเป็นทองคำทั้งสิ้น และหลังจากที่คำขอของราชาไม่สิ้นสุดลง เทพเจ้าไดโอนีซุสก็ให้พรนั้นแก่ราชาไมดาสทันที ซึ่งหลังจากที่รับพรวันรุ่งขึ้นเมื่อราชาไมดาส

ตื่นเช้าขึ้นมา เขาจึงได้ ทำการทดลองจับทั้งตู้ เตียง ของทุกอย่างที่อยู่ภายในห้องนอนของเขาเอง และไม่ว่า ราชาไมดาส จะหยิบจับอะไรก็ไปเป็นทองคำทั้งหมด เขาจึงอารมณ์ดีมาก เดินออกมาจากห้องนอนและตลอดทางเดินที่เขาเดินผ่าน ราชาไมดาสก็จับทั้งหมดทำให้ทั้งวังเป็นทองคำ  รวมถึงแก้วน้ำ ผลไม้และอาหาร ด้วยส่งผลให้ราชาไมดาส ถึงแม้จะหิวมาก แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะกินอะไรได้เลย และในขณะที่ราชาไมดาสกำลังอารมณ์เสียเกี่ยวกับที่พระองค์ไม่สามารถกินอะไรได้อยู่นั้น

พระราชธิดาของพระองค์ก็วิ่งมหาพระองค์และสวมกอดพระองค์ส่งผลให้พระราชธิดาของพระองค์กลายเป็นทองคำทันทีหลังจากนั้นพระองค์ก็เสียใจและต้องเรียกหาแต่เทพเจ้าไดโอนีซุสเพื่อร้องขอให้พระเจ้าช่วยดึงพรวิเศษที่เคยให้กับประชามายดาสคืนเพราะพระองค์ต้องการที่จะให้ลูกสาวของพระองค์กลับมามีชีวิตอยู่เหมือนเดิม

ซึ่งเทพเจ้าไดโอนีซุสก็เกิดความรู้สึกสงสารต่อราชาไมดาสจึงได้มีการชำระล้างพรที่เคยให้กับราชาไม่ได้ออกไปดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ราชาไมดาสเคยจับต้องแล้วกลายเป็นทองคำจึงกลับมาเป็นปกติดังเดิม   และพรที่เทพเจ้า releases ได้ชำระล้างออกจากราชาไมดาสนั้นไหลลงแม่น้ำทำให้แม่น้ำกลายเป็นผงทองคำทั้งสายจึงเกิดเป็นตำนานไม่ได้พูดสัมผัสอะไรก็เป็นทองคำ