อ่านหนังสืออย่างถูกต้อง

การอ่านหนังสือเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์เพราะหนังสือเป็นสิ่งที่ให้ความรู้และเป็นสิ่งที่มีคุณค่าแต่ในการอ่านนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องนำศิลปะเข้ามาใช้กับการอ่านหนังสือด้วยเพื่อให้การอ่านหนังสือนั้นเกิดประสิทธิภาพและคุณค่าอย่างสูงสุด ดังนั้นการอ่านหนังสือจึงจำเป็นต้องใช้ความคิดการเรียนรู้รู้รวมถึงสิ่งที่จะทำให้เรานั้นมีการอ่านหนังสือที่ดีด้วย

ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมในการเลือกอ่านหนังสือ การจับหนัง การนั่ง รวมถึงการวิเคราะห์ในเรื่องที่เราได้อ่านนั่นเองนอกจากนั้นการใช้ศิลปะเข้ามาช่วยในการอ่านหนังสือด้วยนั้นจะสามารถทำให้เจดจำสิ่งต่างๆที่อยู่ในหนังสือได้ดีขึ้นอีกด้วย ถือว้าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากและเป็นสิ่งที่ควรเอาทั้งศาสตร์และศิลป์มาประยุกต์ใช้ในการอ่านหนังสือนั่นเอง

การจับหนังสือที่ถูกต้อง ถือเป็นศิลปะที่จำเป็นต้องนำมาใช้กับการอ่านอย่างมากเพราะการจับหนังสือในท่าที่ถูกต้องนั้นจะสามารถช่วยทำให้เรานั้นอ่านหนังสือได้ดีขึ้น โดยการจับนั้นเราจะใช้มือซ้ายในการประคองหนังสือและใช้มือด้านขวาในการพลิกหนังสือนั่นเองเพื่อให้การอ่านนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัดเพราะการใช้ท่าทางในการจับหนังสือลักษระนี้นั้นจะช่วยทำให้เรานั้นสามารถที่จะพลิกหนังสือในหน้าถัดๆไปได้ง่าย การจับหนังสือจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีการจับให้ถูกต้อง

ท่าทางการนั่งอ่านหนังสือที่ถูกต้อง เป็นนสิ่งที่จะสามารถช่วยทำให้เรานั้นสามารถที่จะอ่านหนังสือได้นานยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากมีการนั่งท่านั่งที่ผิดนั้นก็อาจจะทำให้เรานั้นรู้สึกเมื่อและอ่านหนังสือได้ในเวลาไม่นาน ดังนั้นแล้วสำหรับคนที่จำเป็นต้องอ่านหนังสือนานๆนั้น การนั่งหลังตรง90องศาและก้มหน้า45องศานั้นถือว่าเป็นท่าการอ่านหนังสือที่จะสามารถทำให้เรานั้นสามารถอ่านหนังสือได้นานขึ้นเพราะจะไม่ทำให้เรารู้สึกเมื่อยหลังหรือคอนั่นเอง

การคิดวิเคราะห์ เมื่อเราอ่านหนังสือแล้วการคิดวอเคราห์ในขณะที่อ่านไปด้วยถือเป็นการอ่านหนังสือที่จะได้คุณค่าและประโยชน์อย่างสูงสุดและการจดบันทึกควบคู่ขณะที่อ่านก็จะสามารถทำให้เรานั้นจำสิ่งต่างๆได้ดี ในการอ่านหนังสือจะมีจุดที่เรานั้นไม่เข้าใจเราก็อาจจะจดบันทึกสิ่งเหล่านี้เพื่อไปค้นคว้าหาข้อมูลต่อไป

การจินตนาการและการนำสิ่งที่ได้จากการอ่านไปสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ ในการอ่านหนังสือการจินตนาการก็เป็รสิ่งสำหคัญเพราะนบ่งครั้งหนังสือที่เราอ่านเป็นส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นหยังสือที่เป็นเพียงตัวอักษรเท่านั้นการจินตนาการตามสิ่งที่อ่านจะสามารถทำให้เรานั้นเข้าใจในเนื้อหามากขึ้นและสามารถนำสิ่งที่เราอ่านไปต่อยอดหรือใช้ประโยชน์ในอนาคตได้ การอ่านหนังสืออย่าวถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ถทอว่าเป็นศิลปะในการอ่านอย่างหนึ่ง

 

สนับสนุนมาจาก  สูตร บาคาร่า rb88

ศิลปะชีวิต

ศิลปะแปลว่าชีวิตเพราะศิลปะนั้นเป็นการนำจินตนาการต่างๆทางความคิดของเรานั้นออกมาให้อยู่ในรูปแบบศิลปะลความคิดคือสิ่งที่มีชีวิตเพราะเกิดจากความคิดของเราที่เป็นมนุษย์ที่สามารถมีชีวิตได้นั่นเอง และชีวิตก็คือศิลปะ ศิลที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นมนุษย์จากความคิดใครสักคนหนึ่งในโลกนั่นเอง ดังนั้นแล้วศิลปะจึงเป็นสิ่งที่แยกออกจากชีวิตไม่ได้ เพราะทั้งสองล้วนมีสิ่งที่สอดคล้องแลเชื่อมโยงกันอย่างน่าอัศจรรย์อยู่เสมอ จึงเป็นที่มาของศิลปะชีวิตนั่นเอง

ศิลปะชีวิตนั้นหมายถึงการใช้ชีวิตด้วยศิลปะหรือการใช้ศิลปะเพื่อให้มีชีวิตนั่นเอง อย่างที่เรามักจะได้ยินอยู่เสมอว่าชีวิตที่ไม่มีศิลปะคือชีวิตที่ไม่มีชีวิตและศิลปะถ้าไม่มีชีวิตก็คงไม่สามารถก่อเกิดเป็นงานศิลปะได้เช่นกัน สองสิ่งนี้จึงมีความสัมพันธ์และมีความพิเศาเมื่อนำสองสิ่งมาผสมผสานหรือการนำมาประยุกต์ใช้ด้วยกัน

ศิลปะชีวิตนั้นไม่ได้หมายถึงงานศิลปะในชีวิตเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ การนำศิลปะต่างๆเข้ามาร่วมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดเป็นชีวิตที่มีชีวิตนั่นเอง และแน่นอนว่าถ้าหากเรานั้นมีการนำศิลปะต่างๆมาใช้ในชีวิต ชีวิตเราก็จะมีความแปลกใหม่ที่แตกต่างต่างไปจากชีวิตที่ไม่ได้มีการนำศิลปะเข้ามาใช้เลยนั่นเอง ชีวิตที่มีการนำศิลปะมาใช้นั้นโดยส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นหลายประเภท เช่นศิลปะการพูด ศิลปะทางความคิด ศิลปะการพัฒนาบุคลิกายนอก ศิลปะปรับปรุงบุคลิกจากภายใน แบบนี้เป็นต้น ซึ่งถ้าหากมีการนำศิลปะเหล่านี้มาช็จะทำให้ชีวิตเราสวยงามเหมือนศิลปะการวาดเขียนระบายสีนั่นเอง

การนำศิลปะเหล่นี้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตนั้นเป็นเหมือนการที่เราเอาสีเอาดินสอมาแต่งเติมชีวตเราให้สวยงามและมีสีสันมากขึ้นนั่นแหละ เพราะศิลปะชีวิตเราก็เปรียบเหมือนงานศิลปะชนิดหนึ่ง ถ้าหากเรานั้นมีการออกแบบและร่างชีวิตให้เป็นไปตามที่คาดหวังก็เหมือนกับเราทำงานศิลปะหนึ่งชิ้นแล้วได้รางวัลนั่นแหละ เราจะรู้สึกภูมิใจในการใช้ชีวิต เพราะถ้าหากเราใช้ชีวิตแบบมีศิลปะในใจเสมอ เราจะสามารถพัฒนาชีวิตไปในทางที่ถูกที่คสรและสวยงามได้เช่นเดียวกัน

ถึงแม้ว่าหลายๆคนอาจจะยังไม่ได้มีการใช้ศิลปะชีวิตเข้ามาร่วมในการใช้ชีวิตอย่างจริงจังต้องบอกเลยว่า การนำความคิดเช่นนี้มาปฏิบัติในชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ดีและควรค่าแก่การทำมาก เพราะจะช่วยส่งเสริมทั้งทางด้านความคิดและการใช้ชีวิตไปในทางที่ดีที่ถูกที่ควรและทเรานั้นสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้ดีเพราะเรานั้นได้มีการนำศิลปะมาช่วยหรือมาประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตของเราทำให้ชีวิตและศิลปะเป็นสิ่งที่อยู่ด้วยกันในตัวเราให้ได้และมีชีวิตสวยงามดั่งเช่นศิลปะนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสัน

เสื้อผ้าเป็นสิ่งที่สามารถแสดงอารมณ์และความรู้สึกของเราในขณะที่เราสวมใส่ได้ เพราะโดยส่วนใหญ่ภายใต้จิตใจมนุษย์นั้นมักจะมีการแสดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางด้านอารมณ์ พฤติกรรม ก็มักจะแสดงออกด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าด้วยนั่นเอง ในบางครั้งถ้าหากไม่ได้มีการสังเกตุตัวเองมากนักก็อาจจะไม่ทำให้ทราบได้ แต่ถ้าหากมีการสังเกตในเรื่องพฤติกรรมการซื้อเสื้อผ้าหรือเลือกเสื้อผ้าที่ใส่นั้น เสื้อผ้าจะเป็นสิ่งที่สามารถบอกอารมณ์ความรู้สึกของเราได้นั่นเอง

คนเรานั้นก็จะมีความชอบในการเลือกสีเสื้อผ้าที่แตกต่างกันออกไป บางคนชอบสีขาวดำ เพราะคิดว่าเสื้อผ้าสีประเภทนี้นั้นเป็นสีที่สามารถใส่ได้บ่อยกว่าสื้อผ้าสีอื่นๆนั่นเอง ซึ่งสีขาวสีดำนั้นก็แสดงถึงความเรียบง่ายของผู้สวมใส่ แต่รู้หรือไม่ การเลือกแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันนั้นเป็นสิ่งที่สามารถช่วยในเรื่องอารมณ์และความรู้สึกที่ดี ทั้งนี้ยังช่วยให้เรานั้นได้ออกจากกฎเกณฑ์เดิมๆ ที่ตะต้องใส่แต่เสื้อผ้าโทนขาวดำเท่านั้นเพราะคิดว่าเป็นโทนที่ไม่น่าเบื่อสามารถใส่ได้บ่อย ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้นเสื้อผ้าที่มีสีสันต่างหากที่สามารถเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับชีวิตเราได้ด้วยนั่นเอง

เสื้อผ้าโทนที่มีสีสัน ซึ่งมีหายสีมากมายซึ่งการจะแต่งเสื้อผ้าที่มีสีสันนั้นอาจจะต้องรู้ก่อนว่า วันไหนเราควรแต่งตัวสีสันแบบไหน พูดง่ายๆก็คือต้องแต่งตัวสีสันอย่างมีมารยาทหรือตามความเหมาะสมนั่นเอง อย่างเช่นไปงานแต่งจะมาใส่สีแดงแป๊ดและเกิดความโดดเด่นกว่าเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวก็ไม่เหมาะสม ถ้าอยากใส่เสื้อผ้าสีสันที่มีสีแดงควรจะเป็นเสื้อผ้าที่มีสีแดงแซมนั่นเอง ไม่ใช้แดงแป๊ดทั้งชุด เป็นต้น

สีสันที่ได้รับความนิยมในทุกยุคทุกสมัยก็คือสีแดง ซึ่งสีแดงนั้นก็มีมายหลากหลายโทนซึ่งก้สามารถเลือกโทนได้ตามใจชอบเพราะไม่ว่าจะเป็นสีแดงไหนก็ถือว่าเป็นโทนสีที่มีสีสันในตัวอยู่แล้วนั่นเอง แต่โทนเงที่ควรเลี่ยงก็คือสีแดงก่ำ เพราะอาจจะทำให้เสื้อผ้านั้นดูทึบเกินไปและไม่สดใส

สีเขียว สีเขียวเป็นสีที่ช่วยในการขับผิวมาก แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยใส่กัน เพราะคิดว่าสีเขียวนั้นเป็นสีที่สามารถหาเครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกายชิ้นอื่นๆให้เข้ากันได้ยากนั่นเอง สีขัยวที่แนะนำคือสีเขียวสด เพราะจะช่วยเพิ่มสีสันให้กับการแต่งตัวและช่วยเพิ่มความสนุกในการแต่งตัวที่จะต้องเลือกเครื่องแต่งกายชิ้นอื่นเพื่อให้เข้ากันด้วยนั่นเอง

สีเหลือง เป็นสีที่ได้รับความนิยมตลอดกาลตั้งแต่แฟชั่นยุคเก่าๆก็มักจะนำสีเหลืองมาร่วมในการทำเสื้อผ้าหรือร่วมกับการแต่งกายเสมอ เพราะสีเหลืองเป็นสีที่ห้ความสดใสและดูน่ารักด้วยนั่นเอง การใส่เสื้อผ้าที่มีสีสดใสยังถือเป็นการสร้างสีสันให้ตัวเองในทุกยุคสมัยด้วย

 

สนับสนุนโดย  bk8

ศิลปะวัยเด็ก

ศิลปะวัยเด็ก ต้องย้อนกลับไปถึงอดีตของเราเมื่อต้นประถมมีวิชาที่ชอบมากๆเลยนะ

ก็คือวิชาศิลปะเป็นวิชาที่ชิวละได้แข่งฝีมือกับเพื่อนในห้อง วัยนั้นอะทุกคนนึกออกกันมั้ยค่ะว่าการแข่งการวัดกับเพื่อนในห้องมันคือที่สุด ใครได้คะแนนเยอะกว่าคือเริศ อาจารย์ชมคือที่สุดแล้ว ตอนเรียนวิชาศิลปะส่วนใหญ่อาจารย์จะเลือกใช้สีน้ำเพื่อให้เราง่ายต่อการระบายเลือกวิธีมาอาจารย์ก็จะบอกหัวข้อของวันนั้นๆก่อน ทำได้เลยก็คือการวาดรูปลงบนกระเป๋าผ้าสีขาว เราวาดรูปอะไรสักอย่างที่มีต้นไม้อยู่ด้วย วาดไปเรื่อยจนเสร็จมาถึงจุดสำคัญคือการลงสีอาจารย์ก็จะเดินวนทุกโต๊ะเพื่อนแนะนำและบอกเทคนิคในนักเรียนตลอด

จังกวะเริ่มลงสีน้ำเราก็เริ่มจะตัวหลักก่อนเลยอาจารย์ก็ผ่านไป จนเราเริ่มจะลงสีต้นไม้อาจารย์เลยเข้ามาหาเราแะบลายเส้นต้นไม้ของเราตอนนั้นเรางงมากว่าเราทำอะไรผิดละวัยนั้นก็กลัวจะถูกดุเอามากๆเลยไม่กล้าที่จะถาม อาจารย์ก็ลบจนสะอาดละค่อยๆบอกเราว่า”นักเรียนไม่ต้องวาดรูปต้นไม้ก็ได้นะลูกเพราะสีมันบางทำให้พอระบายไปมันปิดเส้นของต้นไม้ไม่มิด”หลังจากนั้นเราก็กล้าถามเพราะเห็นว่าอาจารย์ไม่ได้ดุอะไรเราเลย”แล้วหนูต้องทำยังไงค่ะ?” อาจารย์ก็สอนและแนะนำเราดีมาก”ครูจำทำให้ดูนะ”ท่านก็เริ่มทำให้เราดูละค่อยๆสอนเราไปเรื่อยๆ

เราเห็นละรู้สึกทึ่งมากมันสวยละง่ายมากถ้ารับายสีไม่จำเป็นต้องทำให้เป๊ะขนาดนั้น บางอย่างแถบไม่ต้องร่างแบบก็สามารถที่จะระบายลงไปได้เลย เราจำเทคนิคนั้นจนวันนี้มันเป็นความทรงจำที่ดีและเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราชอบวิชาศิลปะนี้ขึ้นมาเยอะมาก พอเข้าระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นก็เริ่มเรียนเรื่องของการแรเงารูปทรงของสิ่งของ ละทุกห้องก็จะต้องเรียนเหมือนกันหมดความรู้สึกแรกที่เห็นคืออยากทำมาก รู้สึกว่าการถือกระดานละมีกระดาษที่วาดรูปหนีบอยู่มีดูดีดูมีอะไรมากๆ ลองที่จะให้ถึงคาบนั้นตลอด

ละวันนั้นก็มาถึงเราได้เรียนวิชานั้นแล้วก็เป็นวันที่ได้ทำงานชิ้นนั้นแล้ว ทุกคนเรารู้สึกอยากร้องไห้มากมันยากมากทุกคนการจะสเก็ตภาพก็งานหินแล้วต้องมาแรเงาอีก มันยากและท่าทายเรามาก เรานั้นทำงานแบบไม่คุยกับใครคิดว่าสวยแล้วเขียนเนียนแล้วแต่ก็ยังไม่ผ่านทำซ้ำไปซ้ำจนท้อเลยอะ ต้องยอมรับว่างานศิลปะเป็นทักษะของแต่ละคนจริงๆ ไม่ใช่ใครจะทำออกมาดีเหมือนกันหมด แต่เราก็ยังชอบวิชานี้นะชอบงานละก็ผลงานของทุกคนมากด้วย

ศิลปะอียิปต์

ในยุคอียิปต์มีพิธีกรรมและศาสนาที่ซับซ้อนและเข้าถึงได้ยาก รวมถึงตัวหนังสือที่เป็นทั้งรูปภาพและตัวเขียนต่างๆมีกริยาท่าทางที่แตกต่างกันออกไปเขียนไว้บนฝาผนังไม่ว่าจะที่สุสานหรือที่อื่นๆแตกต่างและซับซ้อนเข้าใจได้ยาก อีกทั้งยังมีการนับถือเทพเจ้า เช่นเทพรา เทพฮอรัส และเทพอื่นๆทั้งนี้

ทั้งนั้นศิลปะอียิปต์มีมาแล้วมากกว่า2500ปี  ก่อนคริสต์ศักราช ศิลปะอียิปต์ที่เห็นก็จะมีพวกรูปปั้นที่ใหญ่โตประณีตสวยงามและมีขนาดใหญ่มหึมาอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่น รูปปั้นสฟิงซ์ที่ใช้หินปัจจุบันก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าชาวอียิปต์สมัยก่อนสร้างมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ส่วนงานรูปปั้นเล็กๆนั้นนิยมใช้ของที่มีค่า เช่น เงินหรือทองคำ ซึ่งงานปั้นแบบนี้มีทั้งแบบนูนและต่ำ และประติมากกรรมแบบลอยตัว มักจะทำเป็นแบบสิ่งของเครื่องใช้ของฟาโรห์และสัตว์เลี้ยง ข้าทาสบริวาร ศิลปะหรือสถาปัตยกรรมสมัยอียิปต์นั้น เน้นความแข็งแรงทนทานเรียบง่าย สร้างตามฐานะและอำนาจ ฐานะร่ำรวยก็สร้างใหญ่โต

จะเห็นได้เลยว่าพีระมิดแต่ละที่จะไม่เท่ากันทั้งนี้ทั้งนั้นก็ด้วยเหตุผลนี้นี่เองซึ่งในพีระมิดนั้นก็จะมีห้องต่างๆมากมายมีตัวหนังสืออียิปต์บอกเล่าเหตุการณ์เป็นรูปภาพ จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากๆกับยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ทำไห้แค่ฟาโรห์อย่างเดียว ยังมีวิหารเทพเจ้าเพื่อประกอบพิธีกรรมอีกและวิหารนักบวชอีกด้วยอีกทั้งยังมีหุบผากษัตริย์เอาไว้ฝังศพกษัตริย์มากมายและยังมีหุบผาราชินีซึ่งมีศพของราชินีฝังอยู่เต็มไปหมดด้วยเช่นกัน ศิลปะอียิปต์มีหลายแขนงอีกทั้งยังมีความวิจิตรงดงามตระการตาเป็นอย่างมากนอกจากนี้

การทำโรงของมัมมี่ที่เป็นฟาโรห์ยังต้องใช้ศิลปะในการทำโรงให้ฟาโรห์อย่างสวยงามไห้สมฐานะและสมเกียรติของกษัตริย์ฟาโรห์ ความยิ่งใหญ่ของศิลปะอียิปต์ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะอียิปต์มีหลายยุคมากมายซึ่งศิลปะนั้นก็อาจจะมีความหลากหลายไม่ซ้ำกัน มีลักษณะเฉพาะของมันเอง เช่นการเปลี่ยนรูปร่างพีระมิดตามอาณาจักรยุคสมัยของฟาโรห์ในแต่ละยุคของราชวงศ์ที่ปกครอง ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่หมดด้วยซ้ำ เพราะนักโบราณคดีหลายๆประเทศได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปปั้นบางชนิดเกี่ยวกับสฟิงซ์ว่าสร้างรูปแบบนั้นหมายความว่าอะไร

อาจจะหาเหตุผลเจอแต่อาจจะไม่ชัดเจนมากพอว่าศิลปะแบบนั้นสร้างเพื่อจุดประสงค์อะไร แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจจะเป็นประโยชน์แก่ทุกๆคนเป็นอย่างยิ่ง และเหมาะสำหรับคนที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับศิลปะแบบอียิปต์เพื่อรู้เจาะลึกเบื้องหลังวัฒนธรรมอียิปต์สมัยบราณเพื่อนำไปต่อยอดและสามารถศึกษาได้เองเพิ่มเติม เพื่อต่อยอดจากบทความนี้ว่าทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น มีความสำคัญและมีประวัติศาสตร์ศิลปะและวัฒนธรรมความเป็นมาอย่างไรบ้าง

คนจะเห็นผลงานเราได้ยังไง

ศิลปะมีหลายแขนงมากมายทั้งการแสดงอารมณ์ความรู้สึก

หรือแม้แต่ความคิดออกมาผ่านงานภาพเขียนการปั้นการวาดภาพโดยใช้ทุกอย่างที่มีการแสดงออกมานั่นคือศิลปะทั้งสิ้นสุดการสื่ออารมณ์จากผู้ผลิตไปถึงผู้รับสารอาจจะใส่อะไรมาก็ได้เช่นบางครั้งอาจจะใส่ความคิดทางเรื่องสังคมผ่านภาพวาดออกมาก็มีหลายครั้งที่มีศิลปินที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแสดงความรู้สึกความคิดความอ่านออกมาจากทางการวาดภาพออกไปสู่สาธารณชนและมีการจัดแสดงตามสถานที่ต่างๆหรือมีการออกมาประมูลผลงานเหล่านั้นหากไปถูกใจนักสะสมหรือผู้ที่มีความคิดคล้ายๆกันและชอบแนวทางในการปฏิบัติผลงานออกมาภาพวาดเหล่านี้

มีการจัดแสดงที่ไหนหรือว่าทำอย่างไรให้คนได้รู้จักตัวศิลปิน ส่วนใหญ่งานศิลปะต่างๆมีการจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหอศิลปโดยสามารถเข้าไปติดต่อเพื่อรับคิวในการจัดแสดงทั้งบางครั้งมีการเสียค่าใช้จ่ายบางส่วนเช่นค่าน้ำค่าไฟและค่าสถานที่หรือบางครั้งก็มีผู้สนับสนุนทำให้ศิลปินเรานั้นไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใดๆในการจัดแสดงเลยและอีกทีหนึ่งที่สามารถมีผู้พบเห็นงานของเราได้มากมายหากไปจัดแสดงที่นั่นก็คือ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หรือ the queen’s Gallery  นี่ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ฮอตฮิต

ในการศิลปินต่างๆไปจัดแสดงงาน หอศิลป์ไปสถานที่ท่องเที่ยวของกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบไปเสพผลงานต่างๆของศิลปะหรือแม้แต่จะไปกันไปศึกษางานภาพถ่ายภาพวาดต่างๆเพื่อนำมาพัฒนาผลงานของตัวเอง ไม่เพียงเพราะบุคคลธรรมดาเท่านั้นที่ไปดูผลงานเหล่านี้เพื่อพัฒนาความคิดแต่รวมถึง

นักลงทุนบางคนก็เห็นช่องทางเหล่านี้ในการลงทุนก็ไปซื้อผลงานที่คิดว่าต่อไปจะมีราคาที่สูงมากยิ่งขึ้นเข้ามาเก็บสะสมในแกลอรี่ของตัวเองและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็ออกนำผลงานนี้ออกมาประมูล เช่นอย่างที่มีกระแสสังคมนะก่อนหน้านี้ก็คือเรื่อง พระพุทธรูปอุลตร้าแมนที่มีเด็กนักศึกษานำภาพออกมาตีความและผลิตผลงานออกมาทำให้หลายฝ่ายออกมาถกเถียงกันเรื่องนี้ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่แต่มีบางคนเห็นคุณค่าของงานชนิดจึงซื้อเพื่อเก็บรักษาไว้ตอนที่ซื้อประมูลต่อนั้นมีราคาเพียงแค่หลักพันเท่านั้นแต่ว่าหลังจากมีกระแสสังคมและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ราคาก็ได้เพิ่มสูงขึ้น

จนไปถึงหลักล้านในการขายภาพนี้หลายคนออกนำมาประมูลที่ซื้อไว้ทั้งหมดมีอยู่ 3 ภาพจาก 3 บุคคลภาพแต่ละภาพมีราคาที่แตกต่างไปภาพแรกที่เปิดประมูลได้ไปถึงหลักแสนและภาพสุดท้ายก็ไปถึง 5 แสน รวมกันแล้วก็กลายเป็นหลักล้าน นั่นทำให้เห็นว่าคุณค่าของงานอยู่ที่แต่ละกลุ่มหรือบุคคลจะมองเห็นสิ่งนั้นและนำไปเก็บรักษาไว้หรือน้ำออกมาเพื่อเก็งกำไร หากใครที่กำลังผลิตผลงานออกมาสักอย่างอย่ามองหาช่องทางที่ทำให้คนเห็นผลงานของเราณปัจจุบันก็มีแบบฟอร์มมากมายที่รองรับผลงานเหล่านี้เช่น Instagram Facebook  2 ช่องทางนี้เป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดในการที่ให้คนในโลกออนไลน์เห็นผลงานเราและเป็น สถานที่ให้กับศิลปินในการแสดงความคิดเห็นอีกด้วย 

โลกต้องจารึกเกี่ยวกับดีไซเนอร์ผู้นี้

โลกแฟชั่นคือแบรนด์ชั้นนำที่เรามักจะนึกถึงเป็นอันดับแรก

อย่างที่ทราบกันดีว่าไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นหรือแบรนด์สินค้าอะไรก็ตามแต่มันไม่ใช่แค่การสร้างขึ้นมาเฉยๆนะซึ่งนอกจากพวกเขาจะมีการดีไซด์แบรนด์เหล่านั้นให้มีการโด่งดังระดับโลกแล้วยังเป็นเจ้าของตลาดแฟชั่นตลอดระยะเวลามาถึงทุกวันนี้เพราะเป็นการเปรี่ยนแปรงโลกที่เป็นเกี่ยวกับเรื่องของแฟชั่นซึ่งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการเปรี่ยนแปลงแค่เพียงแป๊ปเดียวเท่านั้น แต่ในความคิดของเราแล้วเขาเป็นคนที่สร้างความคิดสร้างสรรค์และชักนำให้ทุกคนบนโลกเห็นความสำคัญของมันอีกด้วย ซึ่งเป็นเหตุให้สิ้นค้าที่มีแบรนด์เหล่านี้อยู่กับเราอยู่ทุกวันนี้นั่นเองและแบรนด์เหล่านี้ยังเป็นแบบอย่างแนวทางให้กับแบรนด์ที่มีอยู่และกำลังสร้างมาใหม่อีกด้วย

คนที่เราควรพูดถึงเขานั้นก็คืออีฟ แซงตจ์ โลรองต์

สำหรับเราแล้วเขาคือตำนานแห่งวงการแฟชั่นที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งซึ่งเอกลักษณะในการแต่งตัวของเขานั้นมักจะเป็นการแต่งแบบเนียบตลอดไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็ตามเพราะคนที่เห็นเขาส่วนใหญ่นั้นจะเห็นเป็นการแต่งตัวเนียบที่สุดที่ทุกคนจะต้องยอมรับในการเนียบของเขาเลยแหละ เขาจะไม่ปล่อยตนเองให้ดูว่ามีการทรุดหรือโทรมโดยเด็ดขาดหรือจะต้องเป็นการมิกและแมทด้วยกันทุกชุดก็ว่าได้ซึ่งมันทำให้เขานั้นถูกจดและจำเป็นตำนานเพราะความเนียบที่ไม่มีใครเกินนี่แหละ ซึ่งนั้นเป็นเหตุให้ชีวประวัติเขาได้ถูกไปทำเป็นหนัง แถมทำสองครั้งอีกด้วย

สำหรับเขานั้นจะแสดงให้เหล่าบุคคลที่อยู่ในวงการออกมายอมรับในการออกแบบผ้าที่มีการเนียบเพราะเป็นการแสดงให้ทุกคนเหล่านั้นมีความประจักและได้นำเขามาเป็นตัวอย่างถึงคุณภาพงานในการทำแบบออกมาได้เนียบมากเพราะการออกแบบนั้นกับเขาเหมือนกันแทบจะทุกอิริยาบถนั้นเองซึ่งการออกแบบและแนวทางในการแต่งตัวมันก็ประกาศความเป็นเอกลักษณะในตัวตนของเขาและสร้างชื่อเสียงให้กับตัวของเขาเองและซึ่งเป็นการทำให้โด่งดังเป็นชื่อเสียงตลอดจนทุกวันนี้

สำหรับการแต่งตัวของเขาเราและคนอื่นๆมีการมองออกมาว่าเขาคือแนวแบบต้นๆที่เราควรนำมาเป็นแบบอย่างและเป็นการนำมาเป็นแบบอย่างจนถึงในยุคนี้ด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะมีคนที่แต่งตัวสไตล์หรือแบบเขาอยู่เต็มไปหมดในทุกพื้นที่แม้แต่ดาราหรือการนำไปใช้ในการแต่งตัวของนักดนตรีก็ตามจนถึงทุกวันนี้ถ้าใครคิดจะแต่งตัวแนววินเทจก็จะเห็นการแต่งตัวสไตล์เขาคนนี้นี่แหละ