โจรบุกเดี่ยวปล้นร้านทองกลางห้างชัยภูมิ หนีได้ไม่กี่ชั่วโมง โดนจับ 

   เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในตอนนี้นั้นค่อนข้างซบเซา โจรบุกเดี่ยวปล้นร้านทอง บริษัทหลายบริษัทยังไม่สามารถกลับมาเปิดกิจการได้และยังมีแนวโน้มเลิกจ้างงานมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งในขณะนี้จำนวนตัวเลขคนที่ถูกเลิกจ้างงานนั้นยังพุ่งขึ้นเรื่อยๆทำให้สถานการณ์ในตอนนี้จะเห็นได้ว่าเรามักจะเห็นข่าวสารเกี่ยวกับการโจรกรรมการลักเล็กขโมยน้อยมากมายเต็มไปหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนหันมาปล้นร้านทองกันเยอะขึ้น

 

ล่าสุดมีการปล้นร้านทองไปเมื่อวันที่ 23 เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2564 ซึ่งสถานที่ที่คนร้ายบุกเข้าไปปล้นร้านทองนั้นคือห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีของจังหวัดชัยภูมิ

  โดยในช่วงที่คนร้ายบุกเข้าปล้นร้านทองนั้นก็มีคนไปเดินห้างกันเป็นจำนวนมากเมื่อคนร้ายเดินทางมาถึงบริเวณหน้าร้านทองก็ใช้อาวุธซึ่งเป็นค้อนข่มขู่พนักงาน จนพนักงานพากันหลบหนีซึ่งคนร้ายก็กระโดดไปคว้าสร้อยทองหนัก 1 บาทมาได้ 10 เส้น   หลังจากนั้นก็หลบหนีออกจากร้านทองไป

โดยวิ่งไปทางประตูทางออกซึ่งเป็นลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วยในขณะนั้นมีพนักงานร้านทองที่เป็นผู้ชายวิ่งตามออกไปเห็นว่าคนร้ายขี่รถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้ออะไรสีอะไรแต่ไม่สามารถระบุทะเบียนรถได้เนื่องจากว่าเห็นไม่ชัดเจน

      อย่างไรก็ตามพนักงานคนอื่นที่อยู่ในร้านทองได้มีการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองชัยภูมิก็เดินทางมายังร้านทองที่เกิดเหตุทันทีโดยพนักงานนั้นให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ได้ทั้งหมดและสามารถเห็นรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้จากคำให้ข้อมูลของพนักงานที่วิ่งไปเห็นยี่ห้อรถของคนร้ายทำให้ในที่สุดใช้ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายที่เข้ามาปล้นร้านทองได้แล้วโดยการที่คนร้ายถูกจับนั้นสวมใส่เสื้อสีเหลืองและกางเกงขาสั้นสีฟ้าอ่อนส่วนทองรูปพรรณนั้นก็สามารถตามคืนกลับมาได้ทั้งหมด  

   อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการปล้นร้านทองครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายจะต้องมีอีกหลายครั้งต่อเนื่องไปอย่างแน่นอนถ้าหากว่าประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยังไม่สามารถที่จะทำให้ธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการได้เหมือนเดิมคนก็จะยังยิ่งต้องตกงานกันเยอะขึ้นและโจรขโมยก็จะยิ่งเยอะขึ้นปัญหาการปล้นร้านทองก็จะยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป 

  ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ประเทศชาติปราศจากโจรขโมยก็คือการหางานให้กับประชาชนทำเพื่อที่ประชาชนจะได้มีรายได้หาเลี้ยงตนเองและครอบครัว  เมื่อไหร่ก็ตามที่เศรษฐกิจดี ประเทศก็จะไม่มีขโมยและโจรอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.    กริลแอร์

สังคมไทยจากสังคมที่มีแต่ความเมตตาอารีกลายมาเป็นสังคมที่ใช้แต่ความรุนแรง

            ในสมัยก่อนนั้นเรามักจะได้ยินคนต่างประเทศเรียกเราว่าสยามเมืองยิ้มและคนไทยนั้นมีจิตใจที่โอบอ้อมอารีดังก็เพราะว่าทุกครั้งที่เราเจอหน้าใครแม้แต่ว่าเราจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตามเรามักจะยิ้มแย้มแจ่มใสให้กันอยู่เสมอในขณะเดียวกันหากเราเห็นใครที่เดือดร้อนและเราสามารถช่วยเหลือได้หลายๆคนก็มักจะยื่นมือไปช่วยเหลือทั้งๆที่อาจจะไม่เคยรู้จักกันเลยก็ตามแต่ในปัจจุบันนี้สังคมไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากสังคมที่ มีความเมตตาอารีตอนนี้นั้นกลายเป็นสังคมที่มีแต่ความใช้ความรุนแรง

ดังที่เรามักจะเห็นได้จากข่าวที่เราเห็นกันทุกวันนี้ซึ่งมักจะมีข่าวการทำร้ายร่างกายกันอยู่ทุกวันไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายจากพ่อแม่ทำร้ายร่างกายรูปหรือจากที่ลูกทำร้ายร่างกายพ่อแม่หรือแม้แต่สามีภรรยาทำร้ายร่างกายกันเองซึ่งบางครั้งคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ยังทำร้ายร่างกายกันจนถึงแก่ความตายก็มีนี่คือสังคมในยุคปัจจุบันที่เรากำลังเผชิญอยู่การที่อยู่บนท้องถนนแล้วขับรถปาดหน้ากันก็สามารถก่อเหตุฆ่ากันตายได้การที่สามีภรรยาอยู่ด้วยกัน

ทุกวันก็ยังสามารถนอกใจและก่อเหตุฆ่ากันตายได้เพียงเพราะความหึงหวงซึ่งบางครั้งความหึงหวงนั้นอาจจะเป็นเรื่องจริงหรือแม้แต่เป็นเรื่องที่มโนขึ้นมาเองก็แล้วแต่แต่ทุกคนแทบจะไม่ต้องการหาคำตอบว่าเรื่องจริงมันเป็นอย่างไรเพียงแค่คิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะไปคบคนใหม่ก็สามารถที่จะฆ่าคนที่ตนเองรักได้ลงคอนี่คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่กำลังเป็นอยู่มีหลายข่าวที่เรามักจะเห็นข่าวคู่สามีภรรยาที่คบหากันมานานอยู่ด้วยกันก็เกิดทะเลาะเบาะแว้งกัน

แต่เมื่อเลิกรากันไปแล้วฝ่ายชายอยากจะกลับมาคืนดีกับฝ่ายหญิงและฝ่ายหญิงไม่ยอมคืนดีด้วยก็ใช้ความรุนแรงด้วยการใช้ปืนมายิงให้เสียชีวิตหรือแม้แต่ใช้น้ำกรดมาสาดให้เกิดความเสียโฉมซึ่งการสาดน้ำกรดใส่กันนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นแค่เรื่องเสียโฉมแล้วไม่สามารถไปพบเจอกับชายคนอื่นไปเท่านั้นแต่ชีวิตของคนที่โดนสาดน้ำกรดนั้นพังทลายลงทั้งชีวิต

และสภาพร่างกายของพวกเขานั้นจะไม่สามารถออกมาเผชิญกับโลกภายนอกได้เลยเนื่องจากว่ารูปร่างหน้าตาของเขาจะถูกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงกลายเป็นจากคนที่มีความสวยความน่ารักกลับกลายเป็นคนที่มีแต่คนรังเกียจเพราะรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมดังนั้นเราควรจะเปลี่ยนค่านิยมของคนในสังคมไทย

ให้หันกลับมาเป็นคนไทยที่มีความจิตใจดีมีเมตตากรุณาเหมือนเดิมควรใช้หลักธรรมะเข้ามายึดเหนี่ยวจิตใจซึ่งถ้าหากใครเลิกรากันไปแล้วก็ควรที่จะคิดเสียว่าทำบุญด้วยกันมาเพียงเท่านี้ตามหลักของทางพระพุทธศาสนาแต่ไม่ว่าอย่างไรการที่จะโน้มน้าวคนให้หันกลับมากลายเป็นคนที่มีจิตใจเมตตาในยุคสมัยนี้นั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยากมากเพราะเมื่อสังคมมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้นจิตใจของคนก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าrb88