เรื่องเล่าของในป่าทึบในหุบเขา

ทิวเขาที่ยาวทั้งสองลูกทอดเป็นแนวเดียวกันกับขอบฟ้ามองดูไกลๆเหมือนว่าจะเป็นลูกเดียวกันแต่เมื่อเรามองดูไกลๆก็จะเห็นว่ามันหลืบกันอยู่พอให้มีช่องทางที่จะลัดเลาะไปทางด้านหลังยามเช้าและเย็นมักจะมีเมฆหมอกลอยคออยู่บนยอดเขานั้นในวันที่มีฝนหมอกเมฆจะปกคุมจนมิดจนทำให้ส่วนล่างเขียวคื้มเข้นจนเกือบดำห่าวงออกมาจากราบเนินของตีนเขามีลำธานสองสายไหลลัดเลาะลงสู่ที่ราบลุ่มป่าทึบ

ถูดถางเป็นทางออกสลับกับกระท่อมที่อยู่หลายหลังได้กระจัดกระจายอยู่ในหมู่ไม้ชาวบ้านได้อพยพเข้ามาถางทำไร่ปลูกมันมาได้เกือบจะสิบปีแล้วเพราะดินดีน้ำดีจึงได้ทำให้พืชผลงอกงามอุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นมันข้างโพดข้าวไร้และถั่วเหลืองปัญหาของหมู่หัวหัวดงไม่ได้อยู่ที่ความแห้งแร้งแต่หากว่าอยู่ที่น้ำท่วมมากกว่าพอลำธานทั้งสองสายไม่เคยขาดน้ำไม่ว่าที่อื่นจะแร้งสักแค่ไหน

ที่นี่ก็จะมีน้ำไหลรินพอให้ได้อาบได้กินและลดพืชพักได้ทุกวันแต่สภาพพื้นที่ราบลุ่มเชิงเขาใหญ่ยามฝนตกน้ำจะทลักลงมาราวกับว่าเขื่อนพังแรกๆได้มีคนตายกันเกือบจะทุกปีบ้านทั้งบ้านได้หายไปในน้ำในชั่วพริบตาเมื่อรู้ถึงภัยของสายน้ำชาวบ้านก็เลยขยับขึ้นไปปลูกบนที่สูงขึ้นไปอีกแม้จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหลากแต่ก็ต้องออกแรงตักน้ำเอามาใช้เรื่องน้ำเป็นปัญหาทางธรรมชาติ

แต่เนื่องจากบริเวณนี้เป็นป่าดิบดงทึบมาก่อนเมื่อชาวบ้านมาถางจึงต้องมีปัญหากับกรมป่าไม้จนกระทั่งทุกวันนี้ปัญหาก็ยังไม่จบสิ้นวันดีคืนร้ายเจ้าหน้าที่ก็จะมาไล่จับข้อหาบุกรุษป่าสงวนแห่งชาติแม้จะมีคนโดนปรับโดยจับและติดคุกบ้างที่เหลือก็หลบๆซ้อนๆคอยหลบกรมป่าไม้ถึงอย่างไรทุกคนก็ยังอยู่นอกจากไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนแล้ว

ตรงนี้ได้เป็นทำเลเหมาะดินดีน้ำดีการคมนาคมสะดวกมาทางเกวียนผ่านหน้าแร้งนรถจิบเข้ามาได้เมื่อผ่านเหลี่ยนเขาที่วางซ้อนกันอยู่ยังมีเส้นทางเกวียนได้ลัดเลาะเข้าไปอีกไกลจนกระทั่งเส้นทางได้ลบเลือนจนกลายมาเป็นทางป่า

และมีความรกที่ไม่อาจจะเข้าไปได้ในช่วงหน้าฝนเบี้ยงหลังมีเขาสีเสียดกับเขาลูกช้างเป็นป่าทึบผืนใหญ่ที่ยังไม่มีใครที่จะสำรวจมันได้ทั่วพื้นที่สลับซับซ้อนมีโตกผาถ้ำน้อยใหญ่น้ำตกและลำธานอยู่หลายสายทั้งที่ราบและเนินสูงมีไม้ใหญ่น้อยที่มีค่ามากมาย

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย  dewabet

ย้อนรอยตำนานพระนางเรือล่มโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า

หากพูดถึงพระนางเรือล่มเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดีโดยเฉพาะชาวจังหวัดนนทบุรีเนื่องจากว่าเหตุการณ์เรือล่มในครั้งนั้นเกิดที่อำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรีเองซึ่งฐานทางประวัติศาสตร์ยังมีให้เห็นจนถึงปัจจุบันนี้โดยมีซากเรือที่ถูกกูขึ้นมาไว้ที่วัดกู้ตรงอำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี

     ตามตำนานของพระนางเรือล่มนั้นว่ากันว่าพระองค์เป็นพระมเหสีของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โดยเหตุการณ์เศร้าสลดในครั้งนั้นเกิดขึ้นมาจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ทรงจะเสด็จ เดินทางไปที่พระราชวังบางปะอินซึ่งการเสด็จในครั้งนี้นอกจากพระองค์จะทรงเสด็จไปพร้อมกับพระราชธิดาแล้วยังมีเรือของพระพันปีหลวงและเรือนางในอีกหลายลำที่ตามเสด็จมาด้วยซึ่งในช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ทรงเสด็จไปที่พระราชวังบางปะอินนั้นในขณะนั้นพระองค์ทรงพระครรภ์อยู่ด้วยอายุครรภ์อยู่ที่ประมาณ 5 เดือน

และระหว่างที่นายเรือกำลังพายเรือมาตรงบริเวณตำบลบ้านพูดเรือหลวงของพระพันปีหลวงพ่อได้ปลายามที่จะพายแสงขึ้นมาด้านบนซึ่ง ลักษณะของการพายเรือแซงกันนั้นทำให้ท้ายเรือไปชนกันและฝีพายที่รับหน้าที่พายเรือของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์นั้นมีอาการเมาสุราจึงไม่สามารถที่จะควบคุมหางเรือให้คงที่ได้เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุเรือล่มในแม่น้ำ

ซึ่งในขณะนั้นพระองค์ทรงว่ายน้ำได้แต่เนื่องจากเห็นว่าพระธิดาของพระองค์อยู่ในอันตรายกำลังจะจมน้ำจึงได้ว่ายน้ำกลับไปเพื่อช่วยเหลือพระธิดาจึงเป็นสาเหตุให้พระองค์และพระราชธิดาเสด็จสวรรคตพร้อมกันสร้างความเศร้าโศกให้รัชกาลที่ 5 และประชาชนทุกคนเป็นจำนวนมาก

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจมีเสียงเล่าลือออกมาว่าเกิดจากความตั้งใจที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุเนื่องด้วยนอกจากพระนางจะเสียชีวิตไปพร้อมกับพระราชธิดาแล้วยังมีในครรภ์ของพระองค์อีกหนึ่งองค์ที่ต้องเสียชีวิตตามไปด้วยมีการเล่ากันว่าตอนที่พระนางกำลังจะจมน้ำนั้นไม่มีทหารคนใดลงไปช่วยเหลือพระนางเลยเนื่องจากว่ามีกฎห้ามให้ใครถูกเนื้อต้องตัวพระมเหสีดังนั้นทุกคนจึงกลัวการโดนตัดหัวจึงทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะลงไปช่วยพระนางจนทำให้พระนางถึงแก่ความตายเหตุการณ์ในครั้งนี้

กว่าที่จะมีการกู้ซากเรือขึ้นมาและหาร่างของพระนางเจอนั้นต้องใช้ระยะเวลาเป็นอย่างมากโดยมีการพบศพของพระนางอยู่ใต้ของเรือใต้น้ำในสภาพศพพระนางกำลังกอดพระราชธิดาอยู่ในอ้อมอกและเสียชีวิตไปพร้อมกันเป็นภาพที่สร้างความเศร้าสะเทือนใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นจำนวนมากหลังจากที่กู้ซากเรือและนำพระศพขึ้นมาได้จึงมีการเรียกว่าที่นำพระศพของพระนางขึ้นมาว่าวัดกู้และจึงเป็นที่มาของตำนานพระนางเรือล่ม

ตำนานราชาไมดาสผู้ที่สัมผัสอะไรก็เป็นทองคำ

  ที่นครไฟร์เกีย มีกษัตริย์ที่ปกครองเมื่องชื่อว่า ราชาไมดาส ซึ่งเขาไปคนที่ชอบทองเป็นชีวิตจิตใจ อยู่มาวันหนึ่งเขาได้เดินไปทางแม่นำซานการิอัส แล้วได้พบกับชายคนหนึ่งถูกมัดมือมัดเท้า เขาจึงได้ช่วยเหลือชายคนนั้น และพามารักษาตัวอยู่ที่พระราชวังของเขา จนชายคนดังกล่าวหายดี  ซึ่งต่อมาจึงได้ทราบว่าชายคนดังกล่าวที่ราชาไมดาสได้ช่วยเหลือนั้น คือ ไซเลนนัส ซึ่งเขาถือว่าเป็นเพื่อนสนิทของเทพเจ้าแห่งไวน์ และเป็นเทพเจ้าแห่งการเฉลิมฉลอง

นั้นก็คือ เทพเจ้าไดโอนีซุส ซึ่งทำให้เขาได้รับพรจากเทพเจ้าไดโอนีซุสว่าสามารถขออะไรก็ได้ 1 อย่าง เพื่อเป็นการตอบแทนกับความดีที่ราชาไมดาสได้ช่วยเหลือ  ไซเลนนัส เอาไว้ และด้วยความโลภของเขา ดังนั้น ราชาไมดาส จึงได้ขอพรเทพเจ้าไดโอนีซุส ว่า ขอให้เขาจับอะไรก็ได้ไม่ว่าทุกสิ่งที่เขาจับนั้นจะเป็นอะไรก็ต้องไปเป็นทองคำทั้งสิ้น และหลังจากที่คำขอของราชาไม่สิ้นสุดลง เทพเจ้าไดโอนีซุสก็ให้พรนั้นแก่ราชาไมดาสทันที ซึ่งหลังจากที่รับพรวันรุ่งขึ้นเมื่อราชาไมดาส

ตื่นเช้าขึ้นมา เขาจึงได้ ทำการทดลองจับทั้งตู้ เตียง ของทุกอย่างที่อยู่ภายในห้องนอนของเขาเอง และไม่ว่า ราชาไมดาส จะหยิบจับอะไรก็ไปเป็นทองคำทั้งหมด เขาจึงอารมณ์ดีมาก เดินออกมาจากห้องนอนและตลอดทางเดินที่เขาเดินผ่าน ราชาไมดาสก็จับทั้งหมดทำให้ทั้งวังเป็นทองคำ  รวมถึงแก้วน้ำ ผลไม้และอาหาร ด้วยส่งผลให้ราชาไมดาส ถึงแม้จะหิวมาก แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะกินอะไรได้เลย และในขณะที่ราชาไมดาสกำลังอารมณ์เสียเกี่ยวกับที่พระองค์ไม่สามารถกินอะไรได้อยู่นั้น

พระราชธิดาของพระองค์ก็วิ่งมหาพระองค์และสวมกอดพระองค์ส่งผลให้พระราชธิดาของพระองค์กลายเป็นทองคำทันทีหลังจากนั้นพระองค์ก็เสียใจและต้องเรียกหาแต่เทพเจ้าไดโอนีซุสเพื่อร้องขอให้พระเจ้าช่วยดึงพรวิเศษที่เคยให้กับประชามายดาสคืนเพราะพระองค์ต้องการที่จะให้ลูกสาวของพระองค์กลับมามีชีวิตอยู่เหมือนเดิม

ซึ่งเทพเจ้าไดโอนีซุสก็เกิดความรู้สึกสงสารต่อราชาไมดาสจึงได้มีการชำระล้างพรที่เคยให้กับราชาไม่ได้ออกไปดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ราชาไมดาสเคยจับต้องแล้วกลายเป็นทองคำจึงกลับมาเป็นปกติดังเดิม   และพรที่เทพเจ้า releases ได้ชำระล้างออกจากราชาไมดาสนั้นไหลลงแม่น้ำทำให้แม่น้ำกลายเป็นผงทองคำทั้งสายจึงเกิดเป็นตำนานไม่ได้พูดสัมผัสอะไรก็เป็นทองคำ

เส้นทางการลำเรียงขนสารตั้งต้นยาเสพติด

เส้นทางR3Aหรือถนนเศรษฐกิจที่ได้เชื่อมต่อกันระหว่างจีน ไทย ได้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ได้ถูกใช้เพื่อลำเรียงยาเสพติดมาจากเมืองจีนและได้เข้าสู่เมืองอำเภอเชียงของ ของในจังหวัดเชียงรายและในขณะที่ถนนของR3B มักจะถูกใช้เป็นเส้นทางในการลำเรียงขนยาเสพติดจากที่เมืองจิ่งหงเมืองลาของประเทศเมียนมาร์ได้เข้าสู่เมืองเชียงตุงและได้เข้าสู่อำเภอแม่สายในจังหวัเชียงรายและเมื่อได้ถูกสกันกั้นจึงได้เปลี่ยนไปใช้เส้นทางพย้าของเมียนมาร์ได้เข้าไปยังบ้านเชียงกบของประเทศลาวต่อไปยันด่านเมืองสิงห์เข้าสู่หลวงพระบางเวียงจันทน์

และได้วนกลับเข้าสู่ประเทศไทยที่จังหวัดหนองคลาย เลย และ บึงกาฬ แทน ซึ่งมันจะเป็นทางจะถือว่ามันเปนเส้นทางหลักหรือไม่มันก็ยังไม่ใช่เพราะว่าในการที่จะลำเรียงยาเสพติดแต่อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายซึ่งของทั้งสองฝ่านนั้นมักจะรู้ดีและผู้ที่จะลำเรียงขนยาเสพติดนั้นก็รู้ผู้ที่จะเตรียมจับกุมของทางฝ่ายรัฐบาลเองนั้นก็รู้เพราะฉะนั้นในการที่จะลำเรียงบนถนนจะมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากเพราะฉะนั้นในเส้นทางที่จะใช้เป็นทางเลือกก็คือแม่น้ำโขงซึ่งมันก็จะไหลมากจากเชียงรุ่งลงเข้าไปสู่ที่เชียงแสนของเราและก็ไปสุดเขตที่อำเภอเวียงแก่นของจังหวัดเชียงราย

ซึ่งตรงนั้นได้เป็นเขตน้ำโขงตอนบนและหลังจากนั้นเขาก็จะโอ้มไปเข้าที่ประเทศลาวและก็จะไปเข้าที่ประเทศไทยอีกหนึ่งที่ในแถบทางภาคอีสานและสะพานที่ได้เห็นอยู่นั้นมันคือสะพานเชียงลาบซึ่งมันกำลังอยู่ในระหว่างของการก่อสร้างมันเป็นสพานที่จะเชื่อมกันระหว่างทางฝั่งประเทศลาวและประเทศพม่ายังได้มีความวิตกกังวนว่าถ้าหากว่าสะพานแห่งนี้แล้วเสร็จขบวนการการค้ายาเสพติดก็อาจที่จะใช้เส้นทางเหล่านี้แหละขนลำเรียงนำเอายาเสพติดเข้ามาเพื่อที่จะส่งไปตามประเทศที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงเหตุผลที่ต่างหลายฝ่ายได้วิตกกังวนเพราะในด้านเครือข่ายของยาเสพติดนั้น

สามารถที่จะลำเรียงจากแหล่งการผลิตที่เมียนมาร์ไปยังประเทศลาวเพื่อที่จะนำเอาเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคอีสานโดยที่เฉพาะหนองคาย เลย และ บึงกาฬ เพื่อที่จะได้ผ่านไปยังสะพานเชียงลาบเพื่อให้มันได้สะดวกมากยิ่งขึ้นหรือด้วยวิธีการที่จะขนส่งยาเสพติดด้วยรถยนต์และได้การขนถ่ายสารเสพติดยาตั้งต้นจากทางกัมพูชาผ่านประเทศลาวเข้าสู่แหล่งผลิตมันก็อาจจะทำให้สะดวกมายิ่งขึ้นของการที่จะขนสารตั้งต้นนี้ได้มากยิ่งขึ้น

4สถานที่ที่ได้มีการทำการทดลองยิงนิวเคลียร์ในอดีต

สถานีทดลองหลัก สหภาพโซเวียต เซมี คาซัคสถาน

เรามาอีกฝาคหนึ่งของสงครามเย็นกันบ้างนี่คือสถานีทดลองของโซเวียตได้มีการปิดเมืองที่จะเอาไว้ใช้ทำในการทดลองยิงขีปนาวุธโดยเฉพาะทั้งหมด154ครั้งในช่วงปี คศ1949ถึง1989และยังรวมไปถึงการทดลองในใต้ดินประมาณ240ครั้งและในชั้นบรรยากาศอีก116ครั้งรวมๆแล้วเทียบแรงระเบิดรวมแล้วมากกว่าที่ ฮิโรชิม่าประมาณ2500ลูกในปัจจุบันหลุมนิวเคลียร์ที่อยู่ในแทบนี้ได้โดยน้ำท้วมขังไปบ้างแล้ว

เกาะNovaya Zemlya รัสเซีย

Novaya Zemlya เป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกลออกไปในมหาสมุทรอาร์กติกที่อยู่ในทางตอนเหนือของรัสเซียได้ดูเป็นที่รกร้างดูไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยนั่นมันก็แปลว่ามันได้เหมาะสมแก่การทดลองนิวเคลียร์เป็นอย่างยิ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี คศ1954 ได้มีการทดลองนิวเคลียร์ไปประมาณ224ครั้งหนึ่งในนั้นได้เป็นระเบิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกได้มีความรุนแรงขนาด57เมกะตันได้รุนแรงกว่าระเบิดที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิอยู่หลายเท่าในปัจจุบันในหมู่เกาะแห่งนี้ก็ได้ถูกใช้ให้เป็นกองทัพของทหารอีกทั้งยังได้มีเรือสำราณอีกหลายลำยังได้ล่องผ่านทางตอนใต้ของหมู่เกาะแห่งนี้ด้วย

มาราลินกา ใน ออสเตรเลีย

มาราลินกาเป็นพื้นที่ที่ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลียได้ใช้ให้เป็นที่ทดลองนิวเคลียร์ในการทดลองของประเทศอังกฤษในช่วงปี คศ1950 เนื่องจากประเทศอังกฤษนั้นไม่มีพื้นที่ที่จะทำการทดลองนี้ได้ก็ได้โยกย้ายมาทำที่ประเทศออสเตรเลียที่ได้มีพื้นที่นั้นเยอะและกว้างมากพอซึ่งในขณะตอนนั้นก็ยังมีชาวพื้นเมืองอะบอริจินอาศัยอยู่ทางการจึงได้ทำการแก้ไขและได้โยคย้านถิ่นฐานออกไปโดยทั้งหมดหลังจากที่การทดลองจะต้องใช้เวลานานมากและต้องใช้ระยะเวลาปี คศ2000 ทางการจึงได้ประกาศให้พื้นที่แห่งนี้ปลอดภัยแต่ว่าชาวพื้นเมืองอะบอริจินที่ได้โยคย้ายถิ่นฐานออกไปก็ยังไม่ได้รับอนุญาติที่จะให้เข้าไปใช้ชีวิตในถิ่นฐานที่นั่นอีก

โปขราณ อินเดีย

ประเทศอินเดียนั้นก้ได้เริ่มมีการทำยิงนิวเคลียรย์ทดลองในปี คศ1960 ที่กำลังได้มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านทั้งประเทศจีน และ ประเทศปากีสถาน โดยได้มาทำการทดลองในที่โปขราณพื้นที่ทะเลทรายในแคว้นราชาสถานได้มีประชากรอาศัยอยู่ราวประมาณ50คนจากนั้นทางการรัฐบาลอินเดียยังได้ออกมาประกาสว่าเป็นการทำการทดลองปรมาณูเพื่อสันติอย่างเดียวเท่านั้นแม่ว่าในการทำการทดลองจะไม่ได้ผลรับที่ทางการประเทศอินเดียพอใจสักเท่าไรแต่ถึงในปัจจุบันในพื้นที่ที่ทำได้การทดลองโดยบริเวณนี้ก็ยังได้มีการคลุมเข้มอยู่รวมไปถึงในการปิดบังข้อมูลเรื่องที่ชาวบ้านนั้นในรับผลกระทบการทำการทดลองนี้ด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย next88

เทศกาลแปลกๆของโลก

เทศกาลไม่ว่าจะเป็นเทศกาลไหนก็ตามถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานแต่ว่า เทศกาลแปลกๆนั้นก็มีผุดขึ้นอย่างมากมายโดยเรานั้นอาจเห็นได้ตามสื่อต่างๆและในวันนี้เราจะมาบอกเล่าถึงเทศกาลที่แปลกที่สุดโดยมีดังนี้

สงครามมะเขือเทศ

สำหรับเทศกาลที่เป็นสงครามมะเขือเทศนั้นกลายเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแบบหนึ่งของโลกสำหรับเทศกาลนี้มักจะจัดขึ้นที่ประเทศสเปนและถือได้ว่างานเหล่านี้เป็นงานของทาโร่มาติน่าและเราจะรู้จักกับเทศกาลนี้ที่แพร่กระจายและดังมากที่สุดที่เมืองบูญอล สำหรับเทศกาลนี้จะมีการจัดขึ้นในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมในทุกๆปี

จะเห็นได้ว่าเทศกาลนี้จะเป็นการจัดที่ยิ่งใหญ่มีการแสดงดนตรีการจุดพลุและที่สำคัญมากที่สุดจะมีมะเขือเทศที่หนักกว่า 3 แสนปอนด์ได้กระทำการละเลงและปาใส่กันอย่างสนุกสนาน

เราจะเห็นได้ว่าการละเล่นแบบนี้เป็นเทศกาลไม่ปรากฏอย่างแน่ชัดแต่มีการระบุไว้ว่าเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 1944 หรืออาจจะเป็น 1945 สำหรับบางคนก็มีการพูดถึงว่าสิ่งที่ทำให้เกิดเทศกาลเหล่านี้คือการแย่งชิงอาหารในบรรดาเหล่าเพื่อนฝูงดังนั้นจึงทำให้เกิดความไม่พอใจและในขณะที่นักดนตรีเล่นไม่ได้เรื่องหรือแม้แต่การต่อต้านกับเรื่องราวต่างๆนั่นเอง

เทศกาล UFO

สำหรับเทศกาลนี้เป็นการจัดขึ้นในช่วงของเดือนกรกฎาคมในทุกๆปีโดยมีการจัดขึ้นที่เมืองโรสเวลล์ มลรัฐเม็กซิโกของสหรัฐจะเห็นได้ว่ามีแฟนของ UFO จากทั่วโลกจะมารวมตัวกันเพื่อเป็นการชุมนุมกันสำหรับคนที่มาในงานนั้นจะมีการประกวดเพื่อแต่งตัวแข่งกันในชุดของเอเลี่ยนและยังมีการพูดคุยสำหรับกลุ่มของแฟนพันธุ์แท้ในเรื่องของ UFO อีกด้วยสำหรับเมืองนี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว

เมืองซอนกกายาวิ ประเทศฟินแลนด์

จะเห็นได้ว่าสำหรับเมืองนี้มีการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลกโดยมีการจัดขึ้นประจำเดือนกรกฎาคมของทุกๆปีสำหรับในการแข่งขันนี้พึ่งจะมีขึ้นในทศวรรษที่ 1990 แต่สำหรับคนท้องถิ่นเขามีการพูดแบบตลกๆว่าเทศกาลนี้มันมีมาชั่วหน้าตาปีแล้วจะเห็นได้ว่าในสมัยก่อนนั้นผู้ชายส่วนใหญ่จะมีการขโมยผู้หญิงจากหมู่บ้านอื่นๆเพื่อมาเป็นภรรยาแต่สำหรับวันนี้จะเห็นได้ว่ารางวัลนั้นไม่ใช่ภรรยาอีกต่อไปแล้วแต่สำหรับรางวัลในปัจจุบันนี้กลายเป็นเบียร์ ที่มีน้ำหนักเท่ากับตัวของภรรยาของพวกเขาแทนนั่นเอง

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ชายจะทำการแบกภรรยาของตัวเองหรืออาจจะเป็นแบบภรรยาของเพื่อนบ้านก็ได้นอกจากนั้นยังเป็นการแบบคู่รักของตนเองสำหรับเทคนิคการอุ้มมีหลากหลายวิธีด้วยกันซึ่งเราจะเห็นว่าเทคนิคที่มักจะนิยมใช้กันมากที่สุดและก็มักจะสำเร็จมากที่สุดนั่นก็คือการอุ้มผ่านสิ่งกีดขวางด้วยระยะทาง 2 3 5.5 M ในเวลา 55 วินาที

 

สนับสนุนโดย  rb88

สาเหตุและยังทำให้เป็นปริศนาอยู่ในปัจจุบัน?

เมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุและยังทำให้เป็นปริศนาอยู่ในปัจจุบัน?

Goseck Circle

บางครั้งบางสิ่งก็สร้างก็ลึกลับจนเราทำได้แค่งง Goseck Circle ก็เช่นกันซึ่งเป็นโค้งสร้างวงกลมที่ได้ถูกค้นพบในประเทศเยรมันนีเมื่อในปี 1991เป็นที่รู้จักกันในสถานะคนเยรมันนีและก็ยังไม่มีใครรู้ถึงเหล่าวัฒนธรรมที่มันนั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาและด้วยโค้งสร้างและสไตล์ที่มันดูเหมือนกับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆในโลกจึงมีการเชื่อกันว่า Goseck Circleชนิดนี้

มันหน้าจะเป็นหอดาราศาสตร์อีกทั้งโค้งสร้างยังประกอบไปด้วยการชมพระอาทิศตย์ทั้งขึ้นและตกจากที่มีการค้นพบเครื่องปั่นดินเผาที่อยู่โดยบริเวณโดยรอยนั้นมันยังทำให้เรารู้ว่า Goseck Circle นี้มันได้ถูกมีการใช้งานมาประมาณ200ปีที่แล้ว ซึ่งก็ถือว่ามันยังเป็นเวลาที่สั้นมากๆเมื่อได้เทียบกับอารยธรรมอื่นๆอีกทั้งในการวิเคราะห์ข้อมูลยังได้สรุปอีกว่าที่นี้ได้มีการก่อสร้างขึ้นในช่วงในปี1700 ถึง 4900 ปีก่อนคริสต์ศักราชนั้น

ก็เป็นเพราะว่าเราเป็นสังคมของการตั้งชื่อและก็ได้ตั้งสถานะให้กับสิ่งต่างๆและวัฒนธรรมที่ได้สร้าง Goseck Circle ขึ้นมาและได้เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า Burgenlandkreis และนอกจากนี้ยังได้มีการคาดเดาจริงๆแล้วว่า Goseck Circle นั้นมันเป็นศาลเจ้าหรือว่าเป้นวัด เพราะว่าได้มีการขุดค้นพบโครงกระดูกคนไม่มีหัวและวัวแต่ว่ามันหน้าจะมีพิธีบูชายันหรือการประหารเกิดขึ้นที่นี้นั้นเอง

Derinkuyu

 คุณเคยมีความคิดที่อยากจะอยู่ใต้ดินไหมซึ่งคุณสามารถที่จะทำได้ที่ประเทศตุรกีที่เมืองแคปพาโดเชียในภูมิภาคอนาโตเรียประเทศตุรกีนั้นได้ชื่อเมืองว่า Derinkuyu ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้มีการขุดลงไปข้างใต้ดินที่มีความลึกมากที่สุดในโลกภายในนั้นยังมีอุโมงค์ลับและช่องทางที่ลึกลับมากมายอีกทั้งยังมีถ้ำที่สามารถอยู่อาศัย

และถ้ำที่แกะสลักอย่างมากมายมันจึงทำให้ผู้คนเกิดสงสัยแล้วเกิดคำถามมาว่ามันถูกยกออกมาจากโลกอื่นหรือป่าวเราจะสามารถพบเห็นที่มเองนี้ได้ด้วยความลึกที่มี76เมตรและยังสามารถรองรับประชากรได้ถึงประมาณ20,000คนเลยทีเดียวภายในนั้นยังสามารถที่จะจัดงานสัมมนาและโรงเรียนได้บอกได้เลยว่ามันแถบจะไม่ต้องออกไป

แค่ด้านนอกเลยทีเดียวนอกจากนี้ถายในยังมีชั้นอยู่ประมาณ18ชั้นแต่สำหรับในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้แค่เพียง8เท่านั้นเองด้วยอายุขอสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้เรายังไม่อาจที่จะทราบมันได้แต่ยังได้คาดการเอาไว้ว่าสร้างเมื่อประมาณ1200 ถึง 1600ปี ก่อนคริสต์ศักราชไม่มีข้อมูลว่าใครเป็นผู้ที่สร้างเมืองนี้ขึ้นมาและทำไมถึงได้สร้างมันขึ้นมาและใช้งานมานานแค่ไหนนั้นเอง

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้โดย  เว็บพนันออนไลน์2020

นางอองซานซูจี ได้ขอกำลังสนับสนุน

นางอองซานซูจี ได้ขอกำลังสนับสนุน จาก ประเทศจีน

ทางรัฐบาลพม่าได้ให้สิทธิ์ในการตั้งเขตปกครองตัวเองแก่กองกำลัง ว้าแดง ทั้งหมด6แห่งโดยมีศูนย์การปกครองอยู่ที่เมืองปางซาง พม่า ตั้งอยู่รัฐฉาน ติดอยู่กับมณฑลยูนาน ประเทศจีน  นั้นก็ยิ่งทำให้กองกำลังของว้าแดงมากขึ้นไปอีกและดินแดนทั้งหมดนั้นเรียกได้ว่าทางการพม่าจะไม่สามารถที่จะเข้าไปวุ่นวายได้ด้วยเหตุนี้กองกำลังว้าแดงจึงสามารถที่จะผลิตยาเสพติดส่งออกขายไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้

โดยที่ไม่ต้องกังวนอะไรนอกจากนี้ยังมีการส่งตัวแทนออกไปทำธุรกิจนอกการปกครองเพื่อจะใช้สำหรับการฟองเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดให้เป็นเงินบริสุทธิ์โดยเครือข่ายของว้าแดงนั้นมีอยู่แทบทุกประเทศในแถบเอเชียอังคเณจึงทำให้พวกเขาถือว่ามีเส้นสายทางการพอสมควรจึงไม่เกินไปนักถ้าจะบอกว่าพวกเขานั้นมีอำนาจโดยนักวิเคราะห์ได้มีการมองว่า การที่กองททัพว้าแดงได้กลายเป็นผู้เล่นหลักของการเจรจาสันติภาพในพม่านั้นถือเป็นมือที่แข็งแกร่งของทางจีน

ซึ่งจ้องมองแหล่งทรัพยากรธรรมชาติขนาดใหญ่ของพม่าและหวังโครงการในประเทศเพื่อนบ้านในช่วงที่ผ่านมาจีนประกาส สนับสนุนกระบวนการสันติภาพของพม่าพร้อมกับส่งผู้แทนมาเข้าร่วมเจรจาและไกล่เกลี่ยกลุ่มติดอาวุธต่างๆรวมถึงจีนได้มีการซ้อมรบโชว์กองทัพอันแข็งแกร่งหลังจากที่ผู้ลี้ภัยหลายคนได้ข้ามพรมแดนหนีภัยสงครามครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีระหว่างกบฏชนกลุ่มน้อยกับกองทัพพม่าได้ไปพบปะกันที่กรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีสีจี้ผิงของจีนและได้ให้คำมั่นต่อนางอองซาน ซูจี  ว่า จีนจะให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นสำหรับกระบวนการสันติภาพภายในของพม่า

จากนั้นนักวิเคราะห์ยังได้ระบุว่าทางจีนได้ส่งอาวุธหนักให้แก่กองทัพว้าแดง เช่น ปืนใหญ่ จรวดยิงพื้นจากตัวอากาศ และ ยานหุ้มเกาะขนาดเบารวมกับยังช่วยเหลือในด้านอาวุธอื่นๆโดยนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงแห่ง iss ได้บอกว่าการที่จีนสนับสนุนสันติภาพในพม่านั้นเพื่อผดันแผนการค้าเส้นทางสายไหทางบกทางอากาศหรือหนึ่งแถบหรือหนึ่งเส้นทางที่จีนต้องการผดันโครงการขั้นพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างเอเชีย ยุโรป และ แอฟริกา

ซึ่งแผนการนี้องผ่านทางภาคเหนือของพม่าโดยผู้เชียวชาญได้เตือนว่าการผงาดของคนชนกลุ่มน้อยที่ทรงอำนาจนำโดยกองทัพว้าแดงได้กลายเป็นการคุกคามกระบวกการสันติภาพของนางซูจีที่รับการหนุนหลังจากชาติทางตะวันตกแต่ที่ปรึกษาทางการเมืองของกลุ่มติดอาวุธบอกว่า กองทัพว้าแดง นั้นได้กลายเป็นขาใหญ่แม้ไม่เห็นด้วยกับทุกเรื่องแต่ก็ไม่มีใครอยากอยู่กับฝั่งตรงข้าม

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย

 หากเดินเข้าไปในรั้วในมหาวิทยาลัยศิลปากรบริเวณหน้าคณะจิตกรรมประติมากรรมและภาพพิมที่นั่นได้มีรูปปั้นบุคคลสำคับท่านหนึ่งสถิตอยู่ชายผู้มีรูปลักษณ์ฝรั่งต่างชาติแต่มีชื่อเสียงเรียงนามภาษาไทยเคยสงสัยไหมว่าเขาเป็นใคร นี่คือผลงานของ ศิลปินหนุ่มผู้ที่เดินทางมาไกลจากอิตาลีศิลปินอิตาลีผู้ที่โอนสัญชาติมาเป็นไทยผู้ที่อุทิศทั้งชีวิตของท่านให้แก่วงการศิลปะและการวางลากฐานศิลปะสมัยใหม่ของไทย  ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี  เจ้าของวรีอมตะที่ว่า พรุ่งก็สายเสียแล้ว

นักศึกษาที่เรียกในสมัยนั้นเขาจะกลัวอาจารย์มากดูดมากแต่ก็รักเหลือเกินด่าเก่งใครที่ทำไม่ดีท่านก็จะว่าและถ้าทำดีท่านก็จะชมอาจารย์นั้นท่านมีความเมตตาอารีใจดีมีความปรารถนาดีมีความจริงใจมีอารมณ์เอื้ออาทรต่อลูกศิษย์ลูกหาจากนั้นท่านก็ได้นำเอาความรู้ที่ท่านได้ศาษามานำเอามาถ่ายถ่ายในการสอนทั้งหมดโดยที่ไม่ปิดบังและในส่วนเรื่องของการสอนนั้น

อาจารย์เองท่านก็น่ารักไม่เบาในเวลาอาจารย์ท่านสอนนั้นเข้าใจใส่อีกอย่างอาจารย์ท่านเองเขาจะไม่รักที่ตัวบุคคลตัวท่านจะรักที่งานใครที่ขยันทำงานท่านจะสสนใจท่านจะชื่นชม และ ผลงานของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี  ที่ได้ฝากเอาไว้บนพื้นแผ่นดินไทยและไม่ได้มีแค่เพียงงนศิลปะที่เป็นวัตถุเท่านั้นหากแต่ได้เป็นผู้รังสรรค์สร้างศิลปินไทย

ที่มากความสามารถไว้ให้แก่พื้นแผ่นดินไทยอีกหลายท่านเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งศิลปะที่จะเติบโตต่อยอดและสร้างศิลปินรุ่นใหม่ๆขึ้นมาสืบทอดอุดทการณ์แห่งศิลปะมิให้ศูนย์สลายหายไปนี่คือเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ของท่านผู้มีคุณูปการต่อแผ่นดินไทยอย่างยากที่จะมีผู้ใดเสมอเหมือน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี    บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย อิตาลีได้ชื่อเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ศิลป์ด้วยเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมตะวันตกและเป็นต้น

แบบศิลปะทุกแขนงเป็นดินแดนศิลปะสถาปัตยกรรมหลายสมัยหลากสไตล์เป็นดินแดนที่หล่อหลอมให้เกิดแรงบันดานใจจินตนาการและความรักในศิลปะพลังแห่งศิลปะที่ใช้ชัดอยู่ในบันกาศแวดล้อมได้สร้างสรรค์ให้เกิดศิลปินใหม่ๆขึ้นมาจากหลวงโลกคนแล้วคนเหล่าณเมืองฟลอเรนท์ประเทศอิตาลีเด็กชายคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่15กันยายน พ..2435

บิดามารดาตั้งชื่อให้เขาว่าคอร์ราโด เฟโรซี   คอร์ราโด เฟโรซี เข้าศึกษาในระดับชั้นประถมและมัธยมเหมือนเด็กทั่วไปแต่ความสนใจในวิชาศิลปะของเค้ามีมากจนทำให้ไม่สนใจวิชาสามัญแต่มักจะหนีโรงเรียนไปดูช่างปั้นช่างเขียนรูปตามสตูดิโอต่าๆในนครฟลอเรนซ์อยู่เสมอจนได้รู้จักกับศิลปปินมีชื่อเสียงหลายท่านและไปขอเป็นลูกมือศิลปินเหล่านั้นแม้บิดามานดาจะไม่พอใจเนื่องจากต้องการให้ท่านเจริญรอยทางด้านการค้ามากกว่า  

 

ขอบคุณเรื่อราวดีๆโดย  9luck

ถ้ำตะโกพุทธโสภา เขาสมอคอน 

ถ้ำระฆังจังหวัดลพบุรีประตูแห่งเมืองลับแล 

ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมาอย่างยาวนานที่มีเรื่องลี้ลับมากมายที่เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือ ถ้ำระฆัง  ซึ่งเป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ภายในวัดถ้ำตะโกพุทธโสภา อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ได้เป้นอีกแห่งหนึ่งที่เชื่อกันมาว่าเป็นทางประตูที่จะเข้าไปสู่เมืองลับแลในความลี้ลับของถ้ำแห่งนี้ชวนให้สะพรึงอยู่ไม่น้อยถึงแม้ในประวัติในความเป็นมาหรือคำบอกเล่าต่างๆจะออกไปในทำนองเช่นเดียวกันว่า ในสมัยก่อนนั้นชาวบ้านสามารถติดต่อหรือเดินทางไปมาหาสู่กับชาวเมืองลับแลโดยผ่านถ้ำระฆังแห่งนี้ได้อย่างตามปกติก็ตามแต่เสียงดนตรีอันเย็นเยือกที่แว่วดังมาเป็นระยะๆจากในตัวของถ้ำในคืนวันที่พระจันทร์นั้นเต็มดวงก็ชวนให้ขนลุกอยู่ไม่น้อย

มีเรื่องเล่าว่าในอดีตชาวบ้านเขาสมอคอนและชาวเมืองลับแลต่างก็สนิดสนมกันและมีการติดต่อไปมาหาสู่กันได้ ภายในถ้ำระฆังก็ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่สวยงามเป็นจำนวนมากเมืองได้ถึงช่วงเวลางานบุญทีไรชาวบ้านในที่นั้นก็จะมาขอยื่นเครื่องใช้จากชาวเมืองลับแลเพื่อนำไม่ใช้งานบุญอยู่เสมอแต่ในเวลาต่อมาอาจจะมีการขอยื่นไปแล้วและไม่ได้นำมาคืนและทำให้ชาวเมืองลับแลเกิดการขุ่นเคืองในใจต่อกันและ นับตั้งแต่บัตินั้นเป้นต้นมาชาวเมืองลับแลและชาวสมอคอนก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ยังมีเรื่องเล่ากันที่เกี่ยวกับเมืองลับแลที่ถ้ำระฆังว่าในสมัยโบราณในทุกวัน

พระนั้นชาวบ้านเขาสมอคอนจะได้ยินเสียงการตีฆ้องร้องเปล่าเป็นเสียงกลองบ้าง และ เสียงเครื่องดนตรีชนิดต่างๆบ้างแว่วดังออกมาจากภายในถ้ำระฆังในบางคืนก็จะเห็นแสงบางอย่างเป็นดวงแก้วสุขใสลอยออกมาจากปล้องถ้ำอยู่กลางอากาศบนขวารอบๆเขาสมอคอนบาง

คนเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุ สำหรับทุกคืนวันพระประตูเมืองลับแลที่ถ้ำระฆังจะเปิดเพื่อให้ชาวเมืองลับแลได้ออกมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์ถึงแม้ในปัจจุบันเรื่องเล่าเหล่านี้ก็นังไม่เรือนหายไปเพราะเชื่อยังคงอย่ในความทรงจำเพื่อให้ลูกหลานนั้นได้พิจารณากันเองว่าเมืองลับแลในถ้ำระฆังนั้นมีอยู่จริงตามคำบอกเล่าของคนในสมัยก่อนจริงหรือไม่ สำหรับถ้ำนั้นต้องบอกว่ามีเรื่องราวของมันแต่ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดก็ตามมักจะมีประวัติและความเป็นมาโดยเป็นสิ่งที่น่าค้นหาและทำให้เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ และเป็นเรื่องราวที่ชวนให้ใครต่อใครมาเที่ยว โดยเรานั้นจะต้องการเที่ยวเพราะแรงจูงใจเรื่องเหล่านี้ และที่เป็นเรื่องที่น่าสนใจต่อผู้ที่พบเห็น